การตัดสินใจออกเดินสายพบปะผู้คนกลุ่มต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กำลังกลายเป็นข้อสงสัยของผู้คนอยู่ไม่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น คิดอย่างไร? ใครร้องขอหรือสั่งการ ถึงได้อาสาเป็นกาวใจเดินสายหาทางออกให้กับประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังวิกฤติหนักเวลานี้ ทำเอาผู้คนจำนวนไม่น้อยมึนไปตามๆ กัน
เริ่มจาก 25 เม.ย.2557 อภิสิทธิ์กระทำการเดินสายเข้าพบ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะคณะทำงานเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป เป็นการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางการนำประเทศให้หลุดพ้นจากวิกฤตทางการเมือง และเร่งเดินหน้าการปฏิรูปประเทศไทย
28 เม.ย.2557 อภิสิทธิ์ยังเดินสายเข้าหารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ข้อหารือร่วมไม่ต่างกันมากนัก เป้าหมายสำคัญเป็นห่วงบ้านเมืองที่สถานการณ์เปราะบางเกินไปช่วงนี้ พูดง่ายๆ หาทางออกทางการเมืองเพื่อบ้านเมืองนั่นเอง
29 เม.ย.2557 อภิสิทธิ์ยังคงมุ่งเดินสายเป็น "โซ่ข้อกลาง" เข้าพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การพูดคุยกับ กกต.ดูเหมือนจะเน้นไปที่แนวทางการปฏิรูปการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.อยู่ในวิสัยจะออกกฎกติกาเพื่อทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้งได้ แต่ปัญหาใหญ่ขณะนี้เห็นตรงกันนั่นคือบรรยากาศบ้านเมืองที่จะทำให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จได้ยากมาก
วันเดียวกันยังได้บุกเข้าพบ 2 ผู้เฒ่าทางการเมืองอย่าง บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา
30 เม.ย.2557 อภิสิทธิ์ยังเข้าพบ สนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชล ข้อเสนอส่วนใหญ่เป็นลักษณะเดียวกันกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่น นั่นคือเสนอทางเลือกที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศและช่วยแก้ไขวิกฤติทางการเมือง ส่วนใหญ่เห็นตรงกันหากมีการเลือกตั้งในบรรยากาศที่บ้านเมืองยังไม่สงบ อาจทำให้เกิดปัญหา การเลือกตั้งก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้นบทสรุปที่อภิสิทธิ์ต้องการคือ ไม่อยากให้กำหนดวันเลือกตั้งก่อนที่ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย
การตัดสินใจออกมาเดินสาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติสักเท่าไร จุดประสงค์แต่ละที่ แต่ละองค์กรย่อมต่างกัน ในส่วนของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล อภิสิทธิ์อยากให้เป็นตัวเชื่อมส่งสัญญาณไปยัง นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล ทำนองอย่ารีบร้อนที่จะเลือกตั้ง ต้องการให้พูดคุย เคลียร์กันชัดๆ ไม่อยากเห็นการเลือกตั้งเป็น "โมฆะ" อยากให้นำข้อเสนอ กกต.มาจับเข่าคุยเช็คความพร้อมก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง
การพูดคุยของอภิสิทธิ์ มีนำเสียงทำนอง "อยากลงเลือกตั้ง" แต่ต้องเคลียร์เงื่อนไขไม่อยากให้เป็น "โมฆะ" และพร้อมที่จะพูดคุยกับนายกฯยิ่งลักษณ์เร็วๆ นี้ ก่อนที่จะสรุปข้อคิดเห็นจากการเดินสายแจ้งสาธารณชนต่อไป เมื่อสามารถเลือกตั้งได้ก็จะมีรัฐบาลปฏิรูปเกิดขึ้นมาในระยะเวลา 1 ปีหรือปีครึ่ง
คงจะมีผู้คนไม่น้อยเกิดข้อกังขาในใจกับปรากฏการณ์อภิสิทธิ์ คิดอย่างไรถึงเลือกที่จะกระทำอย่างนี้ ที่จริงทุกคนในประเทศควรปรบมือให้ด้วยซ้ำ หากสิ่งที่อภิสิทธิ์ออกมาต้องการแก้วิกฤติให้กับประเทศเดินไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง ลดทิฐิความขัดแย้งทางการเมืองลง
การก้าวเดินออกมาครั้งนี้ของอภิสิทธิ์ เกิดจากการพูดคุยแบบร้องขอ ต้องการให้เสียสละกับประเทศชาติที่กำลังเข้าสู่โหมดวิกฤติ จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
งานนี้ไม่ธรรมดา มีการวิเคราะห์เชิงลึกทำนองมี ระดับผู้ใหญ่ชั้นสูงทีเดียว เป็นผู้ที่กลุ่มคนและสังคมยอมรับและเคารพ อดีตนายทหารระดับนายพล เคยอยู่ร่วมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่บัดนี้มีสถานภาพที่ยิ่งใหญ่ ได้ส่งสัญญาณที่จะลดความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาความขัดแย้งเกิดจากทางการเมืองก็ต้องให้การเมืองแก้ปัญหา
ฉะนั้น อภิสิทธิ์ ในฐานะคู่ขัดแย้งน่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ และนี่อาจเป็นที่มาทำให้อภิสิทธิ์เกรงอกเกรงใจในบารมี จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ถูกร้องขอมานั่นเอง
ส่วน กปปส.เชื่อว่ายังเป็นตัวแปรอยู่เวลานี้ แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็จะลงตัว...






