"รัฐบาลเพื่อการปฏิรูป" จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อยู่ที่นักการเมืองพร้อมจะสละผลประโยชน์ของตน
เพื่อให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากภาวะวิกฤติที่เป็นอยู่
ต่อแต่นี้ไป รัฐบาลที่ประชาชนจะยอมรับและสนับสนุน จะต้องมีแนวทางการปฏิรูปที่ชัดเจน และจะต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเสียสละ
รัฐบาลเพื่อการปฏิรูป จะไม่สามารถได้มาด้วยการเลือกตั้งอย่างที่เคยทำกันมา นั่นคือ ใครมีเงินมากกว่า มีบารมีสูงกว่า และมีความเชี่ยวชาญด้านการหาเสียงเก่งกว่า หรือมีคำมั่นสัญญาประชานิยมที่ฟังดูน่าตื่นเต้นมากกว่า ก็จะชนะการเลือกตั้ง และยึดกลไกการเมืองและระบบราชการมาเป็นเครื่องมือ ที่จะทำให้ตนดำรงอยู่ในอำนาจทางการเมืองต่อไปให้นานที่สุด
แต่ รัฐบาลเพื่อการปฏิรูป จะต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ว่า พร้อมที่จะฟังเสียงของประชาชนจากทุกหมู่เหล่า และจะแก้ไขปรับปรุงสิ่งที่เป็นมะเร็งร้ายของสังคมอย่างจริงจังและจริงใจ โดยไม่เลือกเขาเลือกเรา และไม่เอาการแข่งขันทางการเมืองมาเป็นอุปสรรคของการบรรลุเป้าหมายของชาติร่วมกัน
ประเด็นการถกเถียงในสังคมของฝ่ายที่ขัดแย้งต่างๆ วันนี้ จึงอยู่ที่ว่าจะไปถึงจุดการมีรัฐบาลเพื่อการปฏิรูป ได้อย่างไร
เพราะว่า ทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่าต้องการ "ปฏิรูป" แต่ยังขาดความชัดเจนว่าวาระของการเปลี่ยนแปลงประเทศนั้น จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร
เพราะว่า ปฏิรูปที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อต้องร่างกฎกติกาใหม่ ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อให้มีการเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง
นี่ย่อมแปลว่า ฝ่ายรัฐบาลรักษาการ ต้องยอมรับว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อย ไม่ยอมรับอำนาจการบริหารของตน และฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็จะต้องเสนอทางออกให้ชัดเจน และพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการกติกาใหม่ เพื่อเป็นหลักการที่เป็นประชาธิปไตย ที่มีจริยธรรมเป็นหลักสำคัญ ไม่ใช่ "ทุนนิยมสามานย์" ที่ยอมให้ใครมีเงินมากกว่าก็สามารถยึดครองอำนาจทางการเมือง โดยไม่ฟังเสียงส่วนน้อยและที่ว่างสำหรับคนที่เห็นต่าง
คนไทยได้เรียนรู้ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการทหาร ตามมาด้วยความน่ารังเกียจของระบอบทุนนิยมสุดขั้ว และการยึดประเทศโดย "นักเลือกตั้ง" ที่มีความสามารถซื้อเสียง และหว่านล้อมผู้คน ด้วยคำมั่นสัญญาจอมปลอม
วิกฤติของประเทศวันนี้ เกิดจาก "ประชานิยม" และการ "รวบอำนาจ" ของกลุ่มธุรกิจการเมือง ที่คิดว่าทุกอย่างซื้อได้ด้วยเงิน
เสียงเรียกร้องก้องกังวานทั่วประเทศ ให้มีการ "ปฏิรูป" จึงได้เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ดังนั้น หาก กกต. กับรัฐบาล จะตกลงว่าจะเลือกตั้งครั้งใหม่ ณ วันใด ก็มีคำถามสำคัญว่า "การปฏิรูปการเลือกตั้ง" จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะหากว่าการไปหย่อนบัตรครั้งใหม่ ยังทำภายใต้กติกาเดิม ก็รับรองได้ว่าความวุ่นวายของบ้านเมืองก็จะไม่หมดสิ้น และจะกลับมาหลอกหลอนประชาชนคนไทยอีกครั้งหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ก็ยังมีหนทางที่จะตั้ง "รัฐบาลปฏิรูป" เพื่อจะแก้ไขกฎกติกา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ อยู่ที่ว่าคู่ขัดแย้งจะยอมร่วมมือกันหาทางเพื่อสร้าง "กลไกเฉพาะกิจ" ให้เป็นการ "เปลี่ยนผ่าน" ไปสู่การยกระดับประเทศให้เป็นประชาธิปไตยในความหมายที่แท้จริง
หากฝ่ายหนึ่ง ดึงดันที่จะต้องเลือกตั้ง และไม่สนใจการปฏิรูป เพราะเชื่อว่าจะได้ชัยชนะจากการเลือกตั้ง เพื่ออ้างความชอบธรรม
และอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ยืนยันว่าจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง หากไม่มีการปฏิรูปก่อน
เราก็จะไม่มีวันถึงวันที่ "การเลือกตั้งเพื่อการปฏิรูป" ได้
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครได้ชัยชนะ และประเทศชาติก็จะเป็นผู้แพ้...ตลอดกาล






