"ตุลาการ" ไม่ใช่ "ตลก."

"ตุลาการ" ไม่ใช่ "ตลก."

กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ (ไปหรือเปล่า) เมื่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ร่อนหนังสือถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์

ฉบับต่างๆ เกี่ยวกับการใช้คำย่อที่สื่อความหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า “ตลก.” ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ

+++ ที่ต้องเน้นว่า “บางฉบับ” เพราะเท่าที่จำได้ “กรุงเทพธุรกิจ” ไม่มีนโยบายให้ใช้คำว่า “ตลก.” เพื่อย่อคำว่า “ตุลาการ” ไม่ว่าจะศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลไหน เพื่อความสะดวกในการพาดหัวข่าวที่ต้องใช้ตัวอักษรจำกัดตามขนาดกรอบบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ (หรือหน้าอื่นๆ) แต่ “กรุงเทพธุรกิจ” ก็ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญด้วย

+++ เนื้อหาในหนังสือบอกชัดว่า ตัวย่อของศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่มีประกาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 12 ก.พ.2556 คือ “ศร.” ส่วนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ย่อว่า “ปศร.” และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ย่อว่า “ตศร.” ตามด้วยชื่อของตุลาการท่านนั้นๆ

+++ น่าคิดว่าสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญซีเรียสเรื่องคำย่อที่สื่อถึงศาลและตุลาการถึงขนาดต้องออกหนังสืออย่างเป็นทางการ อาจเป็นเพราะตัวย่อ “ตลก.” (มีจุด) อ่านผ่านๆ อาจเข้าใจว่าหมายถึง “ตลก” (ไม่มีจุด) และผมก็คิดต่อเอาเองว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญคงจะแคลงใจสื่อมวลชนบางฉบับว่า อาจจะจงใจใช้ตัวย่อ “ตลก.” เพื่อสื่อกับคนอ่านว่าหมายถึง “ตัวตลก” ทำนองแขวะหรือล้อเลียนศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็น “ตัวตลก” ประมาณนั้น เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในระยะหลังๆ ก่อความไม่พอใจให้กับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มและผู้สนับสนุนอย่างมาก

+++ ศาลรัฐธรรมนูญตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2542 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องคำย่อมาก่อนเลย กระทั่งมามี ประกาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 12 ก.ย.2556 ว่าด้วยเลขประจำหนังสือของส่วนราชการภายในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คำเต็ม และคำย่อส่วนราชการ หน่วยงาน และตำแหน่งต่างๆ ซึ่งประกาศก็เพิ่งออกหลังจากจัดตั้งศาลมาสิบกว่าปี จะไม่ให้สงสัยว่าเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองช่วงนี้ได้อย่างไร

+++ แต่จะว่าไปการที่องค์กรใดจะเป็น “ตัวตลก” ในสายตาประชาชนหรือไม่ ย่อมขึ้นกับผลงานที่ใช้สร้างศรัทธา หาใช่เรื่องตัวย่อไม่ หากปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ยึดประโยชน์บ้านเมืองเป็นหลัก ก็คงไม่ต้องกลัวเป็น “ตัวตลก” ในสายตาใคร

+++ อารมณ์พยายามเปลี่ยนแปลงอะไรแบบนี้ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ย้อนนึกไปถึงสมัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่อนหนังสือขอแก้ไขตัวย่อกันให้วุ่นวาย (คล้ายๆ กัน) เพราะสื่อสารมวลชนส่วนใหญ่ใช้ตัวย่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่คิดเอาเองว่าคนอ่านน่าเข้าใจ คือ “สตช.” แต่จู่ๆ “บิ๊กตำรวจ” ก็ร่อนหนังสือแจงว่า ตัวย่อที่ถูกต้องของหน่วยงานคือ “ตร.” ต่างหาก

+++ แต่ “ตร.” มันก็ไปพ้องกับตัวย่อของคำว่า “ตำรวจ” ทั้งในแง่ปัจเจกบุคคลและสาขาวิชาชีพหนึ่ง ฉะนั้นถึงแม้จะมีหนังสือขอความร่วมมือไปยังบรรณาธิการสื่อต่างๆ ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะสื่อหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ก็ยังใช้ตัวย่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า “สตช.” อยู่ดี

+++ อีกเรื่องที่ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ คือ การหายตัวไปของ พอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ตั้งแต่เย็นวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา นับถึงวันนี้ก็ 1 สัปดาห์พอดี

+++ หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันนัล องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ และตั้งประเด็นเกี่ยวกับการ “อุ้มหาย”

+++ “กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย” มีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐมาอย่างยาวนาน ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ “บิลลี่” ก็กำลังเตรียมการนำชาวบ้านไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาลปกครอง ในคดีที่ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากกรณีที่อ้างว่ามีการเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัวเมื่อเดือน ก.ค.2554

+++ เรื่องราวที่กลายเป็นคดีความในศาลปกครอง เคยถูกปูดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อครั้งที่เฮลิคอปเตอร์ของทหารบินไปตกที่ป่าแก่งกระจานถึง 3 ลำซ้อนๆ และมีบางฝ่ายหยิบยกปัญหาเผชิญหน้ากันระหว่าง “กะเหรี่ยง-กะหร่าง” กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ถึงขั้นมีการเผาบ้านเรือนกัน ขึ้นมาตั้งเป็นข้อสมมติฐานเชื่อมโยง

+++ งานนี้ทำท่าจะเป็นหนังเรื่องยาวเพราะหัวหน้าอุทยานฯก็ไม่ใช่ธรรมดา มีคดีพัวพันจนถึงขั้นถูกฟ้องอยู่ก็หลายคดี แต่ก็ยัง “มีดีพอ” ที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้โดยไม่สะดุ้งสะเทือน!