วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นฟูสายการบินแห่งชาติ ต้องให้มืออาชีพทำงานจริง

ข่าวคราวความพยายามครั้งใหม่ของการบินไทย ที่จะปรับปรุงการบริหาร ด้วยการเปิด “โครงการร่วมใจจาก”

เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ด้วยการลดจำนวนพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างแข็งขัน คงจะนำไปสู่การวิเคราะห์อย่างลุ่มลึกและกว้างขวาง ว่าจะ “ยกเครื่อง” สายการบินของประเทศอย่างจริงจังกันอย่างไร

สายการบินแห่งชาติ เป็นองค์กรที่สำคัญ เป็น flag-carrier และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ ดังนั้น คำแนะนำใดๆ ที่จะให้การบินไทยฟื้นจากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ย่อมเป็นสิ่งที่รัฐบาล ผู้บริหาร และ พนักงานทุกท่านควรรับฟัง เพื่อการปรับเปลี่ยนให้เจริญก้าวหน้า สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

สัปดาห์ก่อน มีการจัดเสวนา ฝ่าวิกฤติการบินไทย...ทางรอดอย่างไร? มีการวิเคราะห์และข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาหลายประเด็น ที่ควรจะได้รับการนำไปพิจารณา และ “ปฏิรูปสุดซอย” อย่างเร่งด่วน

หาไม่แล้วจะเกิดความเสียหายต่อสายการบินแห่งชาติ ภาพลักษณ์ของประเทศ และความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ อย่างรุนแรงเกินแก้ไข

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท ยอมรับว่าวิกฤติของการบินไทยขณะนี้ มา “จ่ออยู่ที่ปากเหว” แล้ว และจะต้องทำทุกอย่างเพื่อขยับห่างจากขอบเหวให้ไกลที่สุด

ท่านประธานบอร์ด บอกว่า ขณะนี้ได้เร่งจัดทำแผนเชิงยุทธศาสตร์ ที่คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน เสร็จในเดือนสิงหาคม เพื่อให้การบินไทยกลับมาเป็น “นัมเบอร์วัน” ในอาเซียน

แต่แผนยุทธศาสตร์ที่ว่านี้ จะต้องระบุการ “ปฏิรูป” อย่างจริงจัง อะไรบ้าง?

ในวงเสวนาวันนั้น มีความเห็นที่น่าสนใจหลายประเด็น เช่น คุณบรรยง พงษ์พานิช จาก บริษัท หลักทรัพย์ภัทร จำกัด เห็นว่า

การบินไทย มีปัญหาเรื่องโครงสร้าง การเป็นรัฐวิสาหกิจไม่ได้ช่วย กลับอ่อนแอในเชิงบริหาร เชิงกลยุทธ์

อีกทั้งมีปัญหาพื้นฐานระยะยาว ต้นทุนแพงขึ้นทุกด้าน ไม่สามารถแข่งขันในระยะยาวได้

คุณบรรยง บอกว่า ต้นทุนบุคลากรสูง มีอยู่ 2.8 หมื่นคน มีเงินกองทุนอยู่ 5.6 หมื่นล้านบาท แต่มีหนี้สิน 2.5 แสนล้านบาท ขาดทุนเดือนละพันล้านบาท

หากไม่แก้ไขภายใน 6 เดือน การบินไทยจะเจอกับวิกฤติทางการเงิน

นักวิเคราะห์ที่ลงทุนซื้อหุ้นการบินไทยในตลาดหุ้นมีคำถามเกี่ยวกับ

1.เส้นทางการบิน

2.การใช้เครื่องบิน

3.การเชื่อมโยงจุดบิน

4.กลยุทธ์การขาย

นักวิเคราะห์บอกว่า ต้นทุนต่อกิโลเมตรของการบินไทย อยู่ที่ 3.60 บาท ขณะที่ บางกอกแอร์เวย์ส 3.10 บาท นกแอร์ 2.40 บาท ไทยแอร์เอเชีย 1.65 บาท

เท่านี้ก็เห็นแล้วว่า การบินไทย อยู่ในฐานะที่จะแข่งขันในสนามเดียวกันได้ยากยิ่ง

นอกจากนั้น ยังมีปัญหาต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้างที่สูง ปีละ 4 หมื่นล้านบาท เพราะว่าต้องทำตามระเบียบรัฐวิสาหกิจ และประมูลผูกขาดซื้อขายเป็นรายปี ต่างจากสายการบินอื่น ซึ่งใช้เงินเพียง 6 พัน ถึง 1 หมื่นล้านบาท และสามารถเปลี่ยนเป็นรายสัปดาห์ เพื่อหาแหล่งวัตถุดิบที่ถูกที่สุด

เพราะว่าเขาบริหารแบบมืออาชีพเอกชน ยึดเอา bottom line หรือ ผลประกอบการเป็นหลัก และเอาความพึงพอใจของผู้โดยสารเป็นหลัก

ปัญหานักการเมืองล้วงลูก เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นตัวถ่วงความเจริญก้าวหน้าของสายการบินแห่งชาติ และการเลือกคนมาเป็นกรรมการบอร์ด ก็มีการวิ่งเต้นและเส้นสายการเมือง เช่นกัน

ได้เวลา หา “มืออาชีพ” มายกเครื่องครั้งใหญ่ เพื่อฟื้นฟูสายการบินแห่งชาติ ที่เป็นทั้งเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศ...ได้แล้วครับ