"ข่าวลือ"ที่ออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่าตระกูลชินวัตรพร้อมวางมือทางการเมือง
หากได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา ซึ่งไม่เพียงแต่กับคนตระกูลชินวัตรเท่านั้น ยังต้องการให้"ความยุติธรรม"เกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน แต่"ข่าวลือ"ชิ้นนี้ได้รับการตีความไปในทิศทางต่างกัน จนกระทั่งมีความพยายามหาคำอธิบายว่า"ความยุติ"ที่ว่านี้หมายถึงอะไรกันแน่ จนล่าสุดนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว ได้ออกมาย้ำโดยกล่าวว่า ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณด้วยตัวเอง จึงเกิดความชัดเจนขึ้น
นายนพดล ชี้แจงผ่านสื่อหลายครั้งว่าความหมายของคำว่า"ยุติธรรม"ที่ว่านี้คือ ประเทศไทยต้องมีระบบกติกามารยาทที่เป็นประชาธิปไตย ประเทศจะต้องเดินหน้าเลือกตั้ง อีกทั้งการตัดสินคดีความต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งจากศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ส่วนความหมายของคำว่าตระกูลนั้น นายนพดลชี้แจงเพิ่มเติมว่าพ.ต.ท.ทักษิณหมายถึงคนในครอบครัวของตัวเองเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับญาติพี่น้องคนอื่นแต่อย่างใด
อันที่จริง การเรียกร้องของพ.ต.ท.ทักษิณเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยพูดอยู่เสมอว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งข้อเรียกร้องมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่จะมีเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ เช่นเดียวกับในครั้งนี้ที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีหลายคดีกับรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่ในช่วงหลังเราไม่ค่อยเห็นเขาพูดโดยตรง แต่ผ่านคนอื่นทั้งเป็น"แหล่งข่าว" และ ผู้สนับสนุนที่เดินทางไปพบในสถานที่ต่างๆนอกประเทศ
ดังนั้น เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมา ก็เพราะว่าอยู่ในช่วงการพิจารณาคดีสำคัญ และหาก"ความยุติธรรม"ของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นไปตามความหมายที่นายนพดลชี้แจง (จะจริงหรือไม่นั้นไม่อาจมีใครรู้) ก็อาจกล่าวได้ว่าความหมายของคำว่า"ความยุติธรรม"มีความคับแคบอย่างยิ่ง ในขณะที่ความหมายที่ใช้โดยทั่วไปนั้นจะหมายถึงกฎกติกาทางสังคมทั้งหมด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าความยุติธรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เหมือนความยุติธรรมของนักการเมืองทั่วๆไปที่ยึดถือกัน ไม่มีอะไรซับซ้อน
ความยุติธรรมสำหรับนักการเมืองคือ กฎกติกาทางสังคมทั้งหมดต้องเอื้อ ให้ตัวเองสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ ทั้งทรัพยากรทางการเมืองและทรัพยากรที่เป็นผลประโยชน์ทางวัตถุ เนื่องจากการเป็นนักการเมืองผ่านระบบการเลือกตั้งก็เท่ากับว่าได้รับอำนาจจากปวงชนชาวไทยมาบริหารจัดการประเทศ หากเกิดปัญหาขึ้นก็เกิดจากการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะตัวเองนั้นทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนย่อมถูกเสมอ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงเป็นความ"อยุติธรรม"กับคนครอบครัวชินวัตรอย่างมาก
เราเห็นว่าการเรียกร้องต่อกระบวนการตุลาการก็ดี หรือ คนอื่นที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็ดี ให้"คืนความยุติธรรม" กับสังคมไทยนั้น ไม่มีอะไรอื่นมากไปกว่าการเรียกร้องทางการเมือง และเขาก็ต้องการสื่อให้คนสนับสนุนได้รับรู้เท่านั้น ไม่ใช่ให้คนอื่นที่ไม่ใช่ผู้สนับสนุนรับฟัง ดังนั้น หากความยุติธรรมในความหมายของพ.ต.ท.ทักษิณเกิดขึ้นจริง เราก็เชื่อว่าไม่มีใครในสังคมไทยได้ประโยชน์นอกจากนักการเมือง เพราะความยุติธรรมของนักการเมือง เป็นความยุติธรรมเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ความยุติธรรมเพื่อคนหมู่มากในสังคมไทย






