อากาศวันนี้ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แตะ 36 องศาเซลเซียส แม้จะเป็นภาวะปกติของฤดูร้อน
ที่พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงเดือนเมษายน มักจะอยู่ที่ 36-40 องศาเซลเซียส
แต่กระนั้นก็เห็นถึงความไม่ปกติเกิดขึ้น กับอุณหภูมิความร้อนในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะปี 2557 มีข้อมูลการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา บ่งชี้ว่า "ความร้อน" จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 0.5 องศาเซลเซียส หมายความว่าหากปี 56 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ตัวเลข 36 องศาเซลเซียส ก็จะร้อนขึ้นอีกครึ่งองศานั่นเอง
โดยเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัย กล่าวคือตั้งแต่ระดับ 0.2,0.3 เป็น 0.5 องศาเซลเซียสนั่นเอง
ในทางสถิติเชิงตัวเลขอาจจะไม่มีนัยสำคัญมากนัก แต่ในโลกของความเป็นจริง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเพียงครึ่งองศาเซลเซียส ย่อมส่งผลตามมาเป็นวัฏจักร ทั้งทรัพยากรทางทะเล เช่น ปะการัง ก็สามารถฟอกขาวได้ง่าย การปรับตัวของยุง และแมลงหน้าร้อนที่แพร่ระบาดมากขึ้น ไฟป่าที่เกิดขึ้น และความแห้งแล้งที่เข้ามาเยือนในหลายพื้นที่
หากมองย้อนกลับไปในอดีตประเทศไทย เคยมีอุณหภูมิความเย็นที่สุดเพียงลบ 1.4 องศาเซลเซียสที่อำเภอภูเรือ จ.เลยในปี 2517 และในทางตรงข้าม ไทยบันทึกสถิติอุณหภูมิร้อนที่สุดถึง 44 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2550 ที่อำเภอเมือง จ.ตาก
ข้อมูลนี้มีนัยว่าความร้อนที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ล้วนมาจากมนุษย์เป็นตัวเร่งทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดีที่สุดของผืนโลก ทั้งนี้มีตัวเลขที่น่าตกใจว่าแต่ละปีว่าเฉพาะป่าของชาติอาเซียน 10 ชาติรวมทั้งไทย หายไปแล้วถึง 20% ในรอบ 20 ปี โดยปัจจัยสำคัญมาจนการเปิดพื้นที่เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชน้ำมัน ยางพารา
ดังนั้นในโอกาส "วันคุ้มครองโลก "(Earth Day) ตรงกับ 22 เมษายน ของทุกปี หลังจากเมื่อ 27 ปีก่อนนักอนุรักษ์กลุ่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ได้เรียกและออกมากระตุ้นเพื่อปลุกเร้าจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมให้คนทั่วโลก หันมาใส่ใจกับการทำลายสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อโลกใบนี้
ซึ่งในการแสดงพลังครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่า 20 ล้านคน และปรากฏขึ้นตามเมืองใหญ่ ๆ เกือบทั้งสหรัฐ หลังจากนั้นความห่วงใยปัญหาสภาพแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา ก็เพิ่มพูนขึ้น มีการออกกฎหมายควบคุมการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับธรรมชาติ
สำหรับประเทศไทยเริ่มพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรก เมื่อปี 2533 ถือเป็นการเริ่มต้นของสังคมไทยยุคเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหลังจากนายสืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกระทำอัตวินิบาตกรรม และเมื่ออาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน 16 สถาบันได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้น เพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของป่าอนุรักษ์ และตระหนักถึงวิกฤติการทำลายสัตว์ป่าและป่าไม้ประเทศไทย ยังมีการจัดงานเพื่อหาทุนเข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาผืนป่า ที่เป็นมรดกของโลกอีกด้วย
แม้ปัจจุบันความสำคัญของวันคุ้มครองโลก อาจจะถูกลดความสำคัญลงไป จนคนไทยและเด็กรุ่นใหม่อาจหลงลืม
..แต่ผู้เขียนหวังว่าวันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่เราจะใช้ "มือ" ของทุกๆ คน ร่วมกันปกป้องของขวัญที่ธรรมชาติมอบแก่โลกของเราใบนี้ เริ่มต้นตอนนี้ยังไม่สาย...






