วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TEBD ส่งเสริมโอกาสธุรกิจไทยในอียู

พูดถึงตลาดยุโรป คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ายุโรปเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงมากที่สุดในโลก

แม้ในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยเฟื่องฟูแต่ประชากรยุโรปยังกินดีอยู่ดี มีกำลังซื้อสูง และมีเงินรายได้มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ

ยุโรปนับเป็นตัวอย่างของโมเดลเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของตลาดแบบแข่งขันเสรี ที่เน้นเสถียรภาพและความยั่งยืนของตลาดที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปหรืออียูซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิก 28 ประเทศ อียูนับเป็นคู่ค้าลำดับที่ 4 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน ส่วนไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 3 ของอียูในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย สำหรับการลงทุน อียูถือเป็นนักลงทุนลำดับต้นๆ ในประเทศไทยที่นำซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานในประเทศไทยไม่น้อย และบริษัทไทยไปลงทุนในประเทศสมาชิกอียูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

นับว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทยและอียูก็อยู่ในระดับที่แน่นแฟ้นและเข้มแข็งดี เพราะเป็นคู่ค้าลำดับต้นๆ ระหว่างกันและกัน ที่สำคัญกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีหรือเอฟ ที เอ ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (EU-Thailand Free Trade Agreement - FTA) ซึ่งถือเป็นจุดเชื่อมต่อเชิงยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจหรือการแก้ไขปัญหาทางการค้าเพื่อประสานผลประโยชน์และใช้ศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองภูมิภาคให้ได้เต็มที่

ที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบไทยกับบทบาทและท่าทีของประเทศคู่แข่งของไทยในธุรกิจการค้าสาขาหลักที่ไทยมีผลประโยชน์ในตลาดอียูอยู่ ธุรกิจไทยคงต้องหันมาทบทวนท่าทีและยุทธศาสตร์กันอีกมากมายว่าจะใช้ความตกลงเอฟ ที เอ ที่กำลังเจรจาอยู่ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเปิดตลาดสำหรับสินค้าและบริการไทยให้ได้มากที่สุด หรือพูดอีกนัยหนึ่งให้เสียน้อยที่สุด (สำหรับในบางสาขา) ในสาขาที่อียูจับตาอยู่ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้อย่างไร

ในปริบทแห่งการเจรจาเอฟ ที เอ ไทยและอียูที่กำลังดำเนินอยู่จนถึงรอบที่ 4 ที่มีขึ้นที่บรัสเซลส์เมื่อเม.ย. 2557 นี้ เรายังเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ไทยและอียูยังมีโอกาสแห่งการศักยภาพทางธุรกิจ การค้า และการลงทุนอีกมากมายมหาศาล เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นเม็ดเงินและผลกำไรและส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในตลาดอียู

แต่โอกาสเหล่านั้นอยู่ที่ไหนและภาคธุรกิจจะได้มาอย่างไร ภาคธุรกิจต้องการ “คนชี้ช่อง” และต้อง “ทำการบ้าน” พร้อม “ลงทุน” เยอะหน่อย เพื่อพัฒนามาตรฐาน ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดของอียูต่างๆ เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคและแก้ไขปัญหาทางการค้า เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ ในอียูได้อย่างมั่นใจ

“Thai-European Business Dialogue” หรือ TEBD เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเป็นคำตอบให้กับทั้งภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยในการบุกตลาดอียู และให้ธุรกิจและนักลงทุนอียูในการเข้าถึงศักยภาพและตลาดของไทย ที่ได้รับการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2557 ในงานสัมมนาเรื่องโอกาสการลงทุนของภาคธุรกิจไทยในอียู จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ

TEBD เป็นกิจกรรมลักษณะ business-driven initiative ที่มีภาคเอกชนเป็นผู้ริเริ่ม และดำเนินการผ่านสมาคมธุรกิจการค้าไทย-ยุโรป (Thai-European Business Association - TEBA) เพื่อเป็นเวทีในการประสานความร่วมมือและเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและยุโรปที่สนใจการดำเนินการค้าและการลงทุนในไทยและยุโรป โดยเน้นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองภูมิภาคแบบสองด้าน กล่าวคือ ทั้งภาคเอกชนยุโรปสนใจด้านการค้าและการลงทุนในประเทศไทย และภาคเอกชนไทยสนใจการค้าและการลงทุนในตลาดยุโรป โดยเน้นการเป็นเวทีให้ภาคเอกชนสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับโอกาสและการแก้ไขปัญหาในการดำเนินธุรกิจต่างๆ ระหว่างสองภูมิภาคผ่านกิจกรรมหลักสำหรับภาคธุรกิจ ได้แก่

การยกระดับมาตรฐาน (Capacity Building)

ภาคธุรกิจไทยมักมองและพร่ำบ่นว่าตลาดอียูว่าเป็นตลาดที่เข้าใจยาก มีข้อกำหนดและมาตรฐานสูง และกฎระเบียบที่ซับซ้อน จึงไม่ค่อยสนใจและมักมองไปสนใจตลาดสหรัฐฯ และตลาดประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียที่อาจทำได้ง่ายกว่า แต่อย่าลืมว่าอียูมีบทบาทนำเป็น “Standard Setter” ในการกำหนดมาตรฐานสากลของโลกที่ประเทศอื่นๆ ต้องทำตาม ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานของอียูได้จึงหมายถึง “การถือไพ่เหนือ”

ต้องไม่ลืมว่ากฎระเบียบและข้อกำหนดที่สูงและเข้มงวดของอียูสามารถเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ภาคธุรกิจยุโรปหรือภาคธุรกิจจากประเทศใดๆ ที่เข้าไปประกอบการอยู่ในยุโรปต้องแข่งกันรักษาและพัฒนาระบบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภคให้ยิ่งสูงขึ้น เพื่อการอยู่รอดให้ได้ในตลาดแข่งขันเสรีที่ผู้บริโภคมีอำนาจในการเลือกซื้อสูงมาก นั่นหมายถึง การพัฒนาตัวเองแบบไม่หยุดหย่อนของภาคธุรกิจผ่านการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D และการสร้างนวัตกรรม ประเด็นนี้เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมและภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยอาจใช้เป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา know how ผ่านการลงทุนในยุโรปโดยร่วมทุนกับภาคธุรกิจยุโรป ซึ่งจะนำภาคธุรกิจไทยสู่ระดับสากล

กิจกรรม Capacity Building สำหรับภาคธุรกิจไทยจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ TEBD จะช่วยธุรกิจไทยให้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการของตนเข้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อเปิดตลาดยุโรปและตลาดอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย หากภาคธุรกิจเข้าใจและยอมรับการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสถานการณ์และความต้องการของตลาดใหม่ๆ ในยุโรป ตลาดยุโรปก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายและเราจะมีศัยกภาพและมาตรฐานที่สามารถชนะเหนือคู่แข่งที่อาจยอมแพ้หรือไม่อยากลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจในลักษณะนี้

การจับคู่ธุรกิจ (Business Match-making)

นอกจากการสร้าง Capacity Building แล้ว เครื่องมือสำคัญสำหรับภาคธุรกิจในขั้นต่อไปก็คือการทำ Marketing โดย TEBD เน้นกิจกรรมการต่อยอดเพื่อส่งเสริมบริษัทที่มีศัยภาพและมาตรฐานพร้อมเข้าตลาดยุโรปในการช่วยจัด Business Match-Making พาภาคธุรกิจไปหาโอกาสและตลาดในตลาดยุโรปจริงๆ ได้พบปะคู่ค้าทางธุรกิจจริง และได้สัมผัสกับโอกาสทางธุรกิจที่อาจยังมองได้เห็นมาก่อน นับเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจแบบเป็นรูปธรรม

โอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคธุรกิจไทยยังมีอีกมากมาย มิได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินการค้าระหว่างไทยและอียูในสาขาเดิมๆหรือในฐานะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าและบริการไปยังตลาดสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ภาคธุรกิจไทยยังมีโอกาสและศักยภาพอีกมากในการเปิดตลาดอียูทั้ง 28 ประเทศในฐานะนักลงทุนหรือการเข้าไปแสวงหาผู้ร่วมลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจทั้งในยุโรปหรือในภูมิภาคอื่นๆ

การรู้เขารู้เราผ่าน Policy and Regulatory Updates

ในขณะเดียวกันการทำธุรกิจกับยุโรปนั้นไม่หยุดนิ่ง เพราะมาตรฐานและกฎระเบียบต่างๆ ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และภาคธุรกิจก็ต้องดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของกรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุนที่เอื้ออำนวยและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจการค้ามากที่สุด TEBD จึงมีบริการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรฐานต่างๆ ของอียูเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจปรับตัว ปรับมาตรฐาน และหามารตรการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจต่างๆ ได้ทันท่วงที

สุดท้าย ขอเชิญชวนให้ภาคธุรกิจเข้าร่วมใช้ประโยชน์จาก TEBD ซึ่งเป็นเครื่องมือ innovative ใหม่ชิ้นนี้ เพื่อสร้างโอกาสทั้งในการเชื่อมโยงและขยายเครือข่ายทางธุรกิจของไทยออกไปยังตลาดยุโรป โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยกำลังจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (หรือ เอฟ ที เอ) กับอียู ยิ่งจะเป็นโอกาสเหมาะที่ภาคธุรกิจและเอกชนไทยควรหันมามองตลาดยุโรป และพิจารณาว่าเราจะสามารถตักตวงและใช้ประโยชน์จากเอฟ ที เอ ที่กำลังเจรจาอยู่ให้เต็มที่ได้อย่างไรทั้งในมิติการเจาะตลาดสินค้าและบริการ รวมทั้งในการเข้าไปลงทุนในยุโรปในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและที่ยุโรปมีความเป็นเลิศ เช่น เทคโนโลยี ฯลฯ

ภาคธุรกิจที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของ TEBD สามารถลงทะเบียนการเข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ [email protected] หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaieuro.biz