แม้สถานการณ์ทางการเมืองในไทยยังไม่ปกติ ส่งผลให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมซบลง
แต่สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนอาจยังเป็นข้อยกเว้น เมื่อไม่กี่วันก่อน รายงานตัวเลขการขออนุญาตนำเข้าสมาร์ทโฟนผ่าน กสทช. ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ยังมีอัตราเติบโตกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สถิติของสำนักงาน กสทช. พบว่า ไตรมาสแรกของปี 2557 (ม.ค. - มี.ค. 2557) ประเทศไทยนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตจำนวน 258 รุ่น รวมเป็น 5,209,422 เครื่อง แยกเป็นเครื่องนำมาขอออกเครื่องหมายแสดงหมายเลขการตรวจสอบรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. 169 รุ่น จำนวน 1,197,781 เครื่อง และเป็นเครื่องที่ขอออกเครื่องหมายแสดงหมายเลขการตรวจสอบรับรองมาตรฐานจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ให้ออกเครื่องหมายแสดงหมายเลขการตรวจสอบรับรองด้วยตนเอง 89 รุ่น จำนวน 4,011,641 เครื่อง
โทรศัพท์เคลื่อนที่ และแทบเล็ตรุ่นที่ได้รับความนิยมและนำเข้ามาในปี 2557 มีจำนวน 567,750 เครื่อง เช่น ไอโฟน 5เอส, ไอแพด แอร์, ไอแพด มินิ, ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 5, ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 3 และโนเกีย ลูเมีย 920
จากสถิตินี้ชี้ให้เห็นแนวโน้มเติบโตตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตของไทยปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2556 โดยเพิ่งผ่านไปได้ 3 เดือนมียอดนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบเล็ตถึง 5,209,422 เครื่อง ขณะที่ข้อมูลการนำเข้าของปี 2556 ทั้งปีอยู่ที่จำนวน 10,667,477 เครื่องซึ่งปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตมากกว่า 100%
ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการขยายพื้นที่บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้บริการด้านข้อมูลผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมากขึ้น ขณะที่พฤติกรรมการใช้บริการโทรคมนาคมของคนไทย โทรศัพท์เคลื่อนที่ยังเป็นบริการโทรคมนาคมที่ได้รับความนิยมสูงสุดมากกว่าโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์สาธารณะ
ปัจจุบันไทยมียอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศประมาณ 101 ล้านเลขหมายแล้ว
เป็นสิ่งแสดงที่ให้เห็นชัดว่า คนไทยยังชอบเทคโนโลยี สินค้าเทคโนโลยียังไปได้ และเหมือนจะดูมีอนาคตที่สุดแล้ว ในท่ามกลางเศรษฐกิจการเมืองในประเทศยังเป็นเยี่ยงนี้
ทั้งยังเป็นโอกาสของผู้ให้บริการมือถือที่ต่างอัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้าใหม่ รักษาฐานลูกค้าเก่ากันอย่างดุเดือด โปร 0% 6 เดือน 10 เดือน หรือแม้แต่หั่นแพ็คเกจค่าบริการ 50% นาน 12 รอบบิล ใครมีกลยุทธ์การทำตลาดที่แปลกแหวกแนว ดึงดูดได้มากกว่าก็คว้าลูกค้าใหม่ แถมยังรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้อีก เป็นแต้มต่อธุรกิจที่ยังเห็นได้ในท่ามกลางปัจจัยลบที่มีมากมาย
ไม่เพียงผู้ให้บริการต้องตั้งสติ สรรหากลยุทธ์เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงขาขึ้น (ตลาดสมาร์ทโฟน-แทบเล็ต) ผู้บริโภคเองก็ต้องตั้งสติด้วยเช่นกัน ตรวจสอบโปรโมชั่นให้ดี ละเอียดถี่ถ้วน ให้ตรงความต้องการใช้งานเรามากที่สุด โปรฯไหน ไม่ละเอียด ต้องถามให้ชัดเจน ก่อนตัดสินใจใช้บริการ ฝั่งผู้ให้บริการเอง ก็ต้องจริงใจเปิดเผยโปรฯ ที่ชัดเจนให้ลูกค้าได้ทราบอย่างละเอียด
กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแล ยิ่งต้องหมั่นดูแล โดยเฉพาะในมุมที่เกี่ยวข้องของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพราะวันนี้ยอดคนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งประเทศมากกว่า 101 ล้านเลขหมาย ...มันไม่ธรรมดา






