วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าละเลยภัยก่อการร้าย

เทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปอย่างสนุก ปลอดภัย (ยกเว้นอุบัติเหตุจราจรที่ยังก่อความสูญเสียมากมายเหมือนเคย)

ส่วนหนึ่งต้องปรบมือให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงบางหน่วยที่ช่วยกันเกาะติดสถานการณ์ก่อการร้าย และติดตามจับกุมสมาชิกของกลุ่ม “เฮซบอลเลาะห์” ได้ 2 รายจากแหล่งกบดานในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน

O ข่าววงในแจ้งว่าเจ้าหน้าที่สามารถยึดอุปกรณ์ที่สามารถนำไปประกอบระเบิดได้จากห้องซึ่งเป็นที่พักของผู้ต้องสงสัย 1 ใน 2 รายด้วย

O ข้อมูลการข่าวที่ได้รับแจ้งมา กลุ่มนี้สู้รบกับอิสราเอลมาเนิ่นนาน และเพิ่งมีปัญหากันรอบใหม่ สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น จึงเตรียมก่อเหตุรุนแรงกับผลประโยชน์ของอิสราเอล หรือชาติตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอล โดยเลือกเป้าหมายในประเทศไทย ในจังหวะเวลาที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองที่เรียกว่า “พาสโอเวอร์” ของชาวยิว

O งานนี้แม้ข่าวจะไม่ครึกโครมเหมือนตอนจับกุม นายอาทริส ฮุสเซน สัญชาติเลบานอน-สวีเดน ซึ่งถูกรวบเมื่อต้นปี 55 พร้อมปุ๋ยยูเรียและสารแอมโมเนียมไนเตรทล็อตใหญ่ที่เจ้าตัวถึงกับเช่าอาคารพาณิชย์ไว้เก็บ โดยที่ไม่ได้มีประวัติทำการเกษตรมาแต่หนไหน แต่บทสรุปหากไม่ถูกจับก็น่าจะคล้ายๆ กัน คือเปิดปฏิบัติการทันทีเมื่อสบโอกาสอย่างแน่นอน

O ใครที่คิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ ลองย้อนดูเหตุการณ์กลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ปฏิบัติการผิดพลาด ทำระเบิดตูมตามขึ้นในย่านสุขุมวิท 71 แล้วจะรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นปลายทางของบรรดานักก่อการร้าย และการปฏิบัติการตอบโต้ล้างแค้นกันไปมาด้วย เพราะเป็นประเทศที่เข้าออกง่าย เข้ามาแล้วใคร่ทำอะไรก็ทำได้ ขอให้มีเงินมาเท่านั้น

O ฉะนั้นที่บ้านเราอยู่รอดปลอดภัยมาได้ ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และหน่วยงานความมั่นคงบางหน่วยที่ไม่เพิกเฉย ละเลย แม้การเมืองไม่นิ่งอย่างที่เป็นอยู่

O เจอข่าวร้ายหนักๆ เข้า ทั้งความขัดแย้งการเมืองยืดเยื้อ การชุมนุมในย่านเศรษฐกิจกลางกรุงเทพฯนานนับเดือน และการก่อวินาศกรรมทั้งยิงทั้งระเบิดมาตลอดหลายเดือน ทำให้งานนี้ฝ่ายความมั่นคงปิดปากเงียบกริบ ไม่แพร่งพรายข่าวจับสมาชิก “เฮซบอลเลาะห์” กลายเป็นงานที่ไม่มีใครอยากชิงเอาหน้า (เหมือนครั้งอื่นๆ) เพราะเกรงว่าจะซ้ำเติมสถานการณ์ของรัฐบาลมากไปกว่านี้

O แต่สิ่งที่ต้องตระหนักก็คือ กลุ่ม “เฮซบอลเลาะห์” ที่ลอบเข้าไทยมีไม่ต่ำกว่า 3 คน และอาจจะถึง 5 คน ฉะนั้นการตามรวบตัวได้ 2 คน จึงเท่ากับว่ายังมีบางคนลอยนวลอยู่ การเฝ้าระวัง-คุมเข้มจึงต้องดำเนินการต่อไป แม้อัตราความเสี่ยงจะลดน้อยลงแล้ว เพราะผ่านช่วงที่เปราะบางที่สุดอย่างเทศกาล “พาสโอเวอร์” ซึ่งปีนี้ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ของคนไทยพอดีไปแล้ว

O มีเสียงนินทาว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนที่คุมงานความมั่นคงแต่กำลังจะหลุดจากตำแหน่ง ดูจะไม่สนใจไยดีกับสถานการณ์ร้ายที่เกือบจะเกิดขึ้นในบ้านเรา หน่วยงานข้างเคียงขอการสนับสนุนอะไรไปก็หายเงียบ ไม่รู้กำลังเตรียมเก็บของ หรือกำลังตรึกตรองว่าจะย้ายไปนั่งที่ไหนดี

O จะชั่วจะดี จะสร้างภาพหรือไม่ก็ตาม แต่การทำงานของ “บิ๊กจูดี้” พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็คงเส้นคงวา แม้ในช่วงเวลาสาดน้ำสงกรานต์ เจ้าตัวยังเดินสายตรวจความเรียบร้อยโครงการ “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ” (รวมทั้งฝากลูกไว้กับตำรวจ เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด) แถมยังมีข่าวจับยานรก ทั้งยาบ้า ไอซ์ ล็อตใหญ่ที่อาศัยช่วงจังหวะเฉลิมฉลอง ลอบส่งเข้าไทยแทบทุกวัน การชิงพื้นที่ข่าวด้วยผลงานแบบนี้ยังดีกว่าพวกเอาแต่พูด แต่ไม่ทำอะไรเลย