วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทองเนื้อดี ย่อมไม่แพ้ไฟ

หลายท่านอาจจะแปลกใจว่า รองปลัดกระทรวงการคลัง สุภา ปิยะจิตติ น่าจะหลุดจากรายชื่อผู้สมัคร

ที่จะมีสิทธิได้นั่งตำแหน่ง หนึ่งในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ไปแล้ว เพราะว่าช่วงนั้นกระแสข่าวเรื่องการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ที่มีตัวเลขผลขาดทุนหลุดออกมาว่าสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ชื่อของ สุภา คงไม่สามารถผ่าด่านเข้าไปนั่งในตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. ได้ หลังจาก สุภา เกษียณอายุช่วงเดือนต.ค. ปีนี้อย่างแน่นอน แต่ล่าสุดก็มีชื่อ สุภา มีโอกาสลุ้นตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. อีกแล้ว รอเพียงที่วุฒิสมาชิกเปิดประชุมได้เมื่อไหร่ ก็จะได้พิจารณาอนุมัติให้แต่งตั้ง สุภา เป็นกรรมการ ป.ป.ช. อย่างสมบูรณ์เท่านั้น

ที่ผ่านมา สุภา ถูกมองว่าเป็นหญิงเหล็กของข้าราชการหญิงประจำกระทรวงการคลัง หลังจากออกมาระบุถึงการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลว่ามีผลขาดทุน แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แท้จริงว่ามีผลขาดทุนเท่าไร แต่ก็ทำให้มีแรงกระเพื่อมต่อโครงการรับจำนำข้าวทันที และ มีหลายๆ องค์กร ออกมาเผยถึงตัวเลขขาดทุนกัน จนที่สุดแล้ว สุภา ก็ถูกเด้งให้พ้นหน้าที่ประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกไป

ก่อนหน้านี้ ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ สุภา ก็เคยถูกมรสุมการเมืองมาแล้วในช่วงที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายสัมปทานโทรคมนาคม ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่เป็นไอเดียของ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงนั้น จนทำให้ สุภา ถูกเด้งจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มานั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวง ทั้งๆ ที่ได้นั่งตำแหน่ง ผอ.สคร. ยังไม่ถึง 1ปี ด้วยซ้ำ

จนมาถึงรัฐบาลเพื่อไทย สุภา ก็ยังหนีไม่พ้นมรสุมทางการเมืองอีกระลอก หลังจากทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยถูกมองว่าเป็นคนปล่อยตัวเลขผลขาดทุนของโครงการรับจำนำออกมา และยังถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการปล่อยข้อมูลความปกติของโครงการรับจำนำข้าวออกมา ทั้งตัวเลขสต็อกข้าวที่ไม่ชัดเจน ตัวเลขข้าวที่แปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วแต่หายไปถึง 2 ล้านตัน

จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของนักวิชาการอย่างหนัก ว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย และอาจกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ และถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตกันในทุกกระบวนการ จนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งกล่าวหาไปถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งได้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำของฝ่ายนางสาวยิ่งลักษณ์ไปบ้างแล้ว อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ยังเหลือเพียง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ที่ติดภารกิจไปต่างประเทศ และจะมาให้ปากคำในวันที่ 18 เม.ย. นี้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สุภา ก็สามารถฝ่ามรสุมการเมืองแทรกเข้ามาเป็นว่าที่กรรมการ ป.ป.ช. จนได้ แต่ก็ยังต้องฝ่าด่านวุฒิสมาชิกอีกขั้นหนึ่ง ก่อนจะได้ไปนั่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็เริ่มมีขวากหนามออกมาแล้ว เพราะว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปร้องเรื่องคุณสมบัติของ สุภา เข้าให้แล้ว...งานนี้ก็ต้องดูว่า "จะเป็นทองเนื้อดี ไม่แพ้ไฟ หรือเปล่า?"