วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียชีวิต 21 เจ็บ 741 ใครรับผิดชอบ

ขณะที่ คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ กำลังฉลองวันมหาสงกรานต์ แต่สถานการณ์การเมือง ไม่สามารถลดระดับความร้อนแรงลงได้

จากน้ำในวันสงกรานต์ ตรงกันข้ามกลับมีแนวโน้มว่าจะเกิดความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มใดๆ ให้สามารถประเมินได้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น จะยุติลงได้อย่างไร และประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไรกันแน่ ทำให้การเมืองไทยยังอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมือง อย่างมองไม่เห็นทางออก

ความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะเห็นได้จากการใช้อาวุธปืนที่มีขึ้น ในการชุมนุมทางการเมืองยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ก็ยังเกิดเหตุยิงกันบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยล่าสุดศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ยอดผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่เหตุที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556 จนถึงเมื่อวันที่ 13 เม.ย. มีผู้บาดเจ็บ 741 ราย เสียชีวิต 21 ราย รวมเป็น 762 ราย และมีผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 8 ราย

หากพิจารณาตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้ จะเห็นว่ายอดตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าฝ่ายความมั่นคงพยายามดูแลไม่ให้มีการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ และตั้งจุดตรวจเพื่อป้องกันเหตุจำนวนมาก และเป็นที่น่าสังเกตว่ายิ่งมีคนบาดเจ็บล้มตายกันมากเท่าไร การเจรจาใดๆ ก็ยิ่งเกิดขึ้นยากเท่านั้น ดังที่เห็นได้จากการเจรจาไม่สามารถเกิดขึ้นได้นั้น เป็นสิ่งที่คู่ขนานไปกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งหากมองในแง่นี้ ก็จะเห็นว่าการเจรจาเป็นไปไม่ได้ หากยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น

เราไม่รู้ว่าแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่ก่อความรุนแรง คิดอย่างไรกับยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่หากฟังถ้อยคำของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายก็อดประหลาดใจไม่น้อย กล่าวคือ ได้ประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นท่าทีตั้งแต่ต้นว่าไม่ปรารถนาให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์จริงกลับตรงกันข้าม กล่าวคือ เกิดความรุนแรงโดยใช้อาวุธให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน คำถามก็คือ ใครเป็นผู้รับผิดชอบในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อความรุนแรง

ยิ่งยังไม่มีแนวโน้มว่าความรุนแรงเหล่านี้จะยุติลงอย่างไร ก็ยิ่งแน่ใจว่าความรุนแรงนั้นไม่ได้เป็นผลมาจากสถานการณ์การเมือง แต่มาจากตัวสถานการณ์นั่นเอง กล่าวคือ ความรุนแรงเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวโทษว่าเกิดจากกลุ่มคนที่บรรดาแกนนำไม่สามารถคุมได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมากหลังจากนี้ไป เพราะหากว่าความรุนแรงเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งแล้ว ก็ยิ่งจะเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

เราเห็นว่า ขณะนี้ไม่มีใครเข้ามารับผิดชอบโดยตรงต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่กลับนำความสูญเสียนั้นไปใช้เป็นอาวุธทางการเมือง โดยการกล่าวโทษกันไปมา ซึ่งทำให้ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังไม่อาจหาทางออกได้ คำถามที่ต้องช่วยกันถามขณะนี้ คือ...ใครรับผิดชอบ