ด้วยความกรุณาของอาจารย์บุญเลิศ วิเศษปรีชา แห่งม.ธรรมศาสตร์ (ผู้ซึ่งลงแรงกายแรงใจในการวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอย่างน่าศรัทธาที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ)
ที่ต้องการให้ผมมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตายามมาต่างแดน ท่านจึงพาผมไปชมเมืองเก่าอินทรามูรอส (Intramuros) ในเขตเมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และพาเลยไปชมพิพิธภัณฑ์คนจีนในฟิลิปปินส์ (Bahay Tsinoy : Museum of Chinese in Philippine life) ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน
จุดเน้นทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองอินทรามูรอส ได้แก่ ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago) ซึ่งถูกเน้นในสองลักษณะ ได้แก่ ความเป็นป้อมเก่าแก่ที่สร้างโดยสเปนในสมัยปลายศตวรรษที่ 16 และที่เน้นมาก คือ การเป็นป้อมที่คุมขัง “วีรบุรุษแห่งชาติ” ได้แก่ โฮเซ่ ริซาล (Jose Rizal) ผู้อุทิศตนเองให้แก่การต่อสู้เพื่อเอกราชจากสเปน ดังนั้น ภายในป้อมจึงมีเรื่องราวของริซาลเป็นส่วนใหญ่
ความที่ป้อมปราการนี้ถูกบรรจุไว้ด้วยความรักชาติ จึงทำให้ภาพยนตร์จำนวนมากเกี่ยวกับการต่อสู้กับญี่ปุ่นเพื่อช่วยเชลยศึกชาวอเมริกาและฟิลิปปินส์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จึงมักจะเลือกใช้ป้อมแห่งนี้เป็นฉากหลังของหนัง (แน่นอน ว่าความอลังการของป้อมก็มีส่วนในการตัดสินใจเลือกฉาก)
ผมประทับใจทั้งเมืองเก่า ป้อมปราการ (เก่าแก่แต่สร้างโดยสเปน) และความทรงจำชีวิตวีรบุรุษโฮเซ่ ริซาลที่ฝังเอาไว้ในความทรงจำร่วมของคนฟิลิปปินส์ แต่ขณะเดียวกันเมื่อเดินเข้าไปสู่พิพิธภัณฑ์คนจีนในฟิลิปปินส์ ผมรู้สึกถึงความพยายามที่จะ "ต่อสู้" เพื่อแทรกตัวเข้าไปมีส่วนร่วมที่สำคัญในความทรงจำร่วมชาติฟิลิปปินส์ของคนจีนอย่างชัดเจน
พิพิธภัณฑ์คนจีนในฟิลิปปินส์สร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ชมในปี พ.ศ. 2542 โดยมูลนิธิการกุศลของ Teresita Ang-See โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการแสดงให้เห็นและเข้าใจถึงความจงรักภักดีต่อชาติของคนจีน และความเข้าใจที่ดีมากขึ้นระหว่างคนจีนพื้นถิ่นกับสังคมฟิลิปปินส์
อัตลักษณ์คนจีนในฟิลิปปินส์แตกต่างไปจากคนจีนในประเทศไทย กล่าวคือ แม้ว่าคนจีนในฟิลิปปินส์อยู่ในพื้นที่มาเนิ่นนาน ตั้งแต่เข้ามาเป็นกรรมกรใช้แรงงานให้แก่สเปน จนกลายมาเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ (หกตระกูลหลัก) แต่ความสัมพันธ์ระหว่างอัตลักษณ์จีนกลับไม่กลืนกลายให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้กับเพื่อนร่วมชาติ
ความแตกต่างทางฐานะได้ทำให้คนจีนที่ร่ำรวยแยกตัวเองออกจากสังคมโดยทั่วไป ลูกหลานของจีนร่ำรวยก็จะไปเรียนต่อในต่างประเทศและมีชีวิตทางสังคมอยู่ในกลุ่มของตนเอง ขณะที่จีนชนชั้นกลางและจีนจน (น่าสนใจมากในพื้นที่ “สำเพ็ง/เยาวราช” ของฟิลิปปินส์ที่ยังเห็นจีนสามัญชนที่ยังขยับชนชั้นตนเองไม่ได้และยังอยู่แบบเดิมๆ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนของบ้านเรา) ก็จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเครือข่ายของตนเอง
แม้ว่าคนจีนร่ำรวยหลายกลุ่มจะเลือกทางเดินเข้าสู่การเมืองไม่ว่าจะด้วยเป้าหมายการพิทักษ์ทรัพย์สินของตนหรือเพื่อประเทศชาติ แต่ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการอัตลักษณ์ของความเป็นจีนที่กลืนกลายเข้าความเป็นฟิลิปปินส์ได้อย่างแนบสนิท ตระกูลนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญก็ล้วนแล้วแต่มีเชื้อสายจีน ที่สำคัญได้แก่ ตระกูลของคอราซอน อาคีโน (Mar?a Coraz?n Sumulong "Cory" Cojuangco Aquino)
เพราะว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้คนจีนต้องเชื่อมต่อและกลืนกลายกับคนฟิลิปปินส์ทั่วไป คนจีนดั้งเดิมที่ร่ำรวยจำนวนมากกลายเป็นเจ้าที่ดินที่ไม่จำเป็นต้องง้อคนทำงานในพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง บางตระกูลทำธุรกรรมทางการเงินเป็นธนาคารขนาดใหญ่ (ซึ่งไม่ได้ขยายสาขาไปยังที่ห่างไกล ส่งผลทำให้เกิดระบบการเงินอีกแบบหนึ่ง จะกล่าวในคราวหน้าต่อไป)
น่าสนใจมาก ที่ตระกูลจีนห้า-หกตระกูลซึ่งร่ำรวยมากในปัจจุบันนี้เป็นคนจีนอีกกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาในประเทศฟิลิปปินส์ในยุคสงครามเย็น แต่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายกันคนจีนเดิมที่อยู่มาก่อนแล้ว ความร่ำรวยของคนจีนยุคหลังนี้ยิ่งทำให้เกิดความห่างไกลกันมากขึ้นระหว่างคนจีนกับคนฟิลิปปินส์ ดังนั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อและกลืนกลายเช่นนี้ จึงทำให้คนฟิลิปปินส์ทั่วไปยังมองคนจีนเป็นคนจีน ไม่ได้มองเป็น "ฟิลิปปินส์โน" หรือ “ฟินอย” อย่างแท้จริง
ช่วงยี่สิบปีก่อนที่เกิดการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วไปในฟิลิปปินส์ มีนักวิชาการสัมภาษณ์นักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ (University of The Philippines) ว่ากังวลและวิตกบ้างไหม นักศึกษาจำนวนมากตอบทำนองว่าไม่กังวลอะไร เพราะเขาไม่ใช่ “คนจีน” และไม่ “ร่ำรวย” ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอัตลักษณ์ของคนจีนในฟิลิปปินส์นั้นแยกออกจากคนฟิลิปปินส์โดยทั่วไป แม้กระทั่งในปัจจุบัน เมื่อผมพูดคุยกับเพื่อนคนฟิลิปปินส์ ปฏิกิริยาของพวกเขาทั้งหมดก็แสดงให้เห็นถึงการแยกกันระหว่าง “พวกเรา” กับ “พวกเขา” อยู่อย่างชัดเจน
จึงไม่น่าแปลกใจที่การแสดงอัตลักษณ์ของคนจีนฟิลิปปินส์จึงมักจะมี "ยัติภังค์" (- Hyphen) อยู่ตรงกลางเสมอ (Chinese - Pilipino) ความพยายามจะลบ “ยัติภังค์” ออกจากการแสดงอัตลักษณ์เกิดขึ้นจากกลุ่มคนจีนที่สร้างพิพิธภัณฑ์คนจีนในฟิลิปปินส์นี่เอง
พิพิธภัณฑ์คนจีนในฟิลิปปินส์เริ่มต้นด้วยวีดิทัศน์เปิดตัวคนจีนออกมาพูดว่า "เริ่มต้น เขาเป็นคนจีนเข้ามาใช้แรงงานในพื้นที่นี้ ต่อมาก็ได้กลายเป็นกลุ่มคนที่ “บรรลุความรู้” (Ilustrados) และได้ต่อสู้กับสเปนร่วมกับพี่น้องฟินอย ต่อมาก็ร่ำรวยและพัฒนาประเทศ" ในท้ายสุดของวีดิทัศน์คือการประกาศว่า เขาคือคนฟิลิปปินส์
การแสดงในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดเน้นให้เห็นถึงบทบาทคนจีนในการ “ร่วมสร้างชาติ” ฟิลิปปินส์ ในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องการเชื่อมต่อกับขบวนการกู้ชาติ/ต่อสู้เพื่อเอกราชจากสเปน ก็เน้นให้เห็นถึงสาแหรกของโฮเซ่ ริซาลที่มีเชื้อสายมาจากคนจีน เน้นบทบาทเฉพาะด้านที่เป็นการสู้เพื่อเอกราชของอามิลีโอ อาควินันโด (Emilio Aguinaldo) ซึ่งเป็นคนจีนที่มีบทบาทในขบวนการกาติปูนัน
หลังจากนั้นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้นำสำคัญๆ ของประเทศล้วนแล้วแต่มีเชื่อสายจีนทั้งสิ้น ในส่วนท้ายก็เน้นให้เห็นบทบาททางสังคมของคนจีนที่มีต่อประเทศชาติ
กล่าวได้ว่าอัตลักษณ์คนจีนในฟิลิปปินส์อยู่ในกระบวนการของความเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของระบบความสัมพันธ์ ไม่มีอัตลักษณ์ใดคงที่ได้ตลอดกาล และการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนในความทรงจำร่วมของชาติด้วย





