จับกระแสการเมืองเมื่อย่างเข้าฤดูร้อนอย่างเต็มตัว แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของแต่ละขั้วอำนาจจะไม่ "ร้อนแรง" ตาม
+++ที่ว่าไม่ร้อนแรงนั้นเป็นเพียงภาพบน "พื้นผิว" ส่วน "เนื้อใน" เกจิการเมืองทุกสำนักต่าง "ฟันธง" แล้วว่าปมขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ "เขม็งเกลียว" เป็นปมใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
+++จะแก้ได้ต้อง "ตัด" สถานเดียว ส่วนใครจะเป็นคน "ลงมือ" นั้นเชื่อว่าหลายคนคงเดาได้ไม่ยาก
+++และที่ว่าเป็นปมขัดแย้งใหญ่แต่เหตุใดเหลียวมองดูสังคมรอบตัวแล้วเหมือน "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น" คำตอบจากปรากฏการณ์การเมืองรอบนี้ อาจอยู่ที่การสั่งสมความขัดแย้งและความรุนแรงมาอย่างยาวนาน จนทำให้ผู้คนในสังคมเกิดความ "ชาชิน"
+++ไม่ได้มีแค่เรื่อง "การเมือง" ที่สังคมชินชา แต่ยังมี "ภัยสังคม" อีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นเรื่อง "ปกติ" ไป
+++"ไฟใต้" ที่ปลายด้ามขวานไทยเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด โดย "คาร์บอมบ์" ใจกลางเขตเศรษฐกิจของเมืองยะลาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อน "ความรุนแรง" ในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
+++เหตุร้าย "รายวัน" ต่อผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสารพัดมาตรการป้องกันและปราบปรามที่ใช้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา "คนนอกพื้นที่" อย่างเราท่านได้ยินได้ฟังจน "ชินหู" แต่ก็ไม่ต่างจาก "สายลม" ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ส่วน "คนในพื้นที่" ก็ก้มหน้ารับกรรมกันต่อไป
+++เกี่ยวกับมาตรการป้องกันความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ "โครงการโรงเรียนตำรวจนอกเวลา" กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เคยศึกษาค้นคว้าเรื่องการก่อการร้ายและการระวังป้องกันตัวเองที่เกิดขึ้นตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อนำมาปรับใช้ในพื้นที่
+++พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป. พร้อมทีมงานศึกษาจนได้ข้อสรุปว่า "ป้องกัน" เป็นวิธีการที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด
+++แม้จะได้ผลการศึกษาไม่ต่างจากการศึกษาของหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ผ่านมา แต่ทีมนี้เน้นไปที่การ "ป้องกันตัวเอง" ก่อนที่จะได้รับการป้องกันจากคนอื่น
+++หลักการสำคัญ คือ "อย่าทำตัวเป็นเป้าที่ง่าย" พูดง่ายๆ คือ อย่าทำอะไรตามความ "เคยชิน" เช่น เดินทางไปกลับโดยใช้เส้นทางเดิมเป็นประจำ เป็นต้น
+++ภัยสังคมอีกเรื่องหนึ่งที่กำลังเข้าขั้น "ชาชิน" คือภัยจากแก๊ง "สกิมเมอร์" ล่าสุดเกิดกับตู้เอทีเอ็มธนาคารแห่งหนึ่ง ย่านตลาดโกลด์ มาร์เก็ต ท้องที่ สน.ประชาชนชื่น ประชาชนไม่ต่ำกว่า 38 ราย เงินกว่า 5 แสนบาทถูกคนร้ายขโมยเงินไปจากบัญชีหลังมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณดังกล่าว
+++ธนาคารหลายแห่งเลือกแก้ปัญหาด้วยการ "ชดใช้" ค่าเสียหายให้ แทนที่จะเปลี่ยนระบบตู้เอทีเอ็ม เหตุเพราะคำนวณแล้ว "ไม่คุ้ม" กับการลงทุน ส่วนตำรวจผู้ชำนาญการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บอกว่า ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือการให้ความรู้กับประชาชนเพื่อ "ป้องกันตัวเอง" โดยสำรวจช่องเสียบบัตร และแป้นพิมพ์รหัส สังเกตตามขอบรอบๆ ตู้ว่ามีสิ่งผิดปกติมาติดอยู่หรือไม่ ส่วนเวลากดรหัสก็เอามือปิดป้องสักนิด
+++จากความ "ชาชิน" ต่อปัญหาที่ยกมาเป็นตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาสังคมในภาพรวม หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้โดยที่ทุกฝ่ายไม่ร่วมไม้ร่วมมือกันแก้ไข ต่อไปความชาชินที่เกิดขึ้นก็คงไม่ต่างจาก "หลุมพราง" ที่สังคมไทยขุดไว้ดักตัวเองโดยไม่ตั้งใจ






