ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดยาวถึง 7 วันเต็ม ระหว่างวันท่ี่ 11-17 เม.ย.นี้ หลายหน่วยงานเริ่มมีแคมเป็ญ
รณรงค์เรื่องการป้องกันอุบัติเหตุออกมามากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับบ้านเพื่อไปรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ และถือโอกาสเป็นวันพักผ่อนไปในตัว
และปีนี้ผลสำรวจของเอแบคโพลก็ออกมาระบุว่า กลุ่มคนที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ปีนี้เกือบ 70% จะใช้รถยนต์ส่วนตัว อันเป็นผลมาจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ส่วนที่เหลือก็ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง แน่นอนว่าปริมาณรถยนต์บนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และโอกาสที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 90.7 ระบุเคยพบเห็นคนขับรถเกินความเร็วที่กำหนด รองลงมาร้อยละ 82.8 ระบุมีคนขับรถด้วยความประมาท หวาดเสียว และร้อยละ 82.2 ระบุสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ฝนตก ถนนลื่น พื้นผิวถนนไม่ได้มาตรฐาน และคนขับรถไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
ส่วนประเด็นความมั่นใจต่ออุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ร้อยละ 39.6 ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 11.7 ระบุว่าตั้งใจจะดื่มอย่างแน่นอน และร้อยละ 25 ระบุอาจจะดื่ม
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)ระบุว่าคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยในปี56ที่ผ่านมา เสียชีวิตสูงถึง 23,000ราย โดยเฉพาช่วงสงกรานต์ และช่วงปีใหม่ เสียชีวิตครั้งละละ 300-400 คน
นายแพทย์พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการ สคอ.บอกว่าในแต่ละปีเป็นความสูญเสียของคนไทย เนื่องจากกลุ่มคนที่ตายจากเทศกาลสำคัญเหล่านี้ล้วนแต่เป็นวัยแรงงาน และสาเหตุหลักมาจากการดื่มสุราจนนำไปสู่ความตาย
ขณะที่ผลสำรวจของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ซึ่งสำรวจความเห็นผู้ที่เล่นน้ำสงกรานต์ช่วงปีที่ผ่านมาในหลายจังหวัดที่จัดสงกรานต์ปลอดเหล้า เช่น อ.หาดใหญ่ สงขลา อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ อ.โพนสูง จ.ร้อยเอ็ด ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น พบว่า 85-98% เห็นด้วยกับการเล่นน้ำสงกรานต์แบบปลอดเหล้า เพราะพวกเขาไม่ต้องระวังอะไร
นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะ และสนับสนุนทุนอุปถัมภ์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอกอฮอล์ในงานประเพณีวัฒนธรรม สคล.บอกว่าในช่วง 2-3 ปีที่รณรงค์พบแนวโน้มการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้ามีมากขึ้น จากตัวเลขปี 56 จำนวน 30 จุดโดยใช้การเรียกเป็นถนนข้าว เช่น ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น ถนนข้าวสังข์หยด พัทลุง ถนนข้าวโพด ชัยนาท ถนนข้าวต้ม นครนายก ถนนข้าวเหนียวทุเรียน จันทบุรี เป็นต้น และในปีนี้เพิ่มเป็น 77 จุด
เหล่านี้คือความพยายามของแต่ละหน่วยงานที่ต้องการลดอุบัติภัยที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ทุกๆครั้งหรือทุกๆปีที่มีการออกมาเตือนผ่านโครงการรณรงค์ และสื่อสารมวลชนช่องทางต่างๆ ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิต และคนบาดเจ็บแทบจะไม่ลดลง ยังคงมีให้เห็นทุกปี หวังว่าปีนี้และปีต่อๆไป ตัวเลขสถิติจะลดลงไปเรื่อยๆ จนไม่ติดอันดับโลกจะดีที่สุด ...






