วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

คำถามอมตะ

คำถามอมตะ

ย้อนความกันเล็กน้อยนะครับท่านผู้อ่านที่รัก เพราะว่าในเดือนนี้อาจต้องย้อนความใน 2 เดือนก่อนสักเล็กน้อยถึงพอควร

ท่านผู้อ่านกรุณาติดตามบทความของผมจะดูเหมือนว่าจะเข้าใจดีว่าการเขียนบทความของผมในแต่ละเดือนนั้นจะมีการ "เชื่อมโยง” กันมากบ้างน้อยบ้างกับบทความในอดีต ทั้งนี้เป้าหมายหลักของผมก็คือ นำเรื่องที่เข้าใจได้ยากให้เข้าใจได้ง่าย อาจจะมีถูกบ้างผิดบ้าง แต่เป้าหมายสูงสุดเมื่อ "พอจะเข้าใจ” แล้วก็นำไปปฏิบัติเพื่อที่จะไม่เจ็บตัวหรือเจ็บตัวให้น้อยที่สุด

สองเดือนแรกของปี คือกุมภาพันธ์ และมีนาคม ผมเริ่มให้ท่านติดตาม Fed และได้เรียนไปว่าการปรับตัวลดลงของตลาดอเมริกาในแต่ละเดือนจะเป็นโอกาสให้ท่านได้ช้อนซื้อสินทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์ทางการเงิน นอกจากนี้แล้ว ก็อาจจะมีดัชนีบ่งชี้ว่าดอกเบี้ยอเมริกาอาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้ในภายหลัง (ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า) และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็ได้อธิบายเรื่องของเงินทุนไหลออก หลักๆ ก็คือแนะนำว่าต้องพยายามคิดให้เป็นสากลให้มากไม่งั้นก็อาจจะเป็นเหยื่อของตลาดได้

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนที่สี่ของปีแล้ว มุมมองของผมก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงผมยังคงแนะนำให้ "Long” สินทรัพย์อเมริกาอยู่ดี บางท่านอาจจะคิดว่าตอนนี้หุ้นไทยน่าจะถูกพอแล้ว จะเข้าไป"ช้อน”ได้ไหม ผมคงไม่ใช้เวลาตรงนี้ตอบเพียงแต่บอกว่ารักใครชอบใครก็ทำตามใจได้เลยครับ เพียงแต่ข้อแนะนำที่ให้นั้น ผมเชื่อว่าน่าจะมีโอกาสมากที่จะมีค่าสูงขึ้นก็เลยเข้าสู่คำถามอมตะ (นิรันดร์กาล) ว่าแล้วจะลงทุนอะไรดี ขอเรียนเสนอเป็นข้อ ๆ เพื่อความแจ่มชัด และง่ายในการติดตามนะครับ และเช่นเคยทั้งหมดที่นำเสนอเป็นความเห็นส่วนบุคคลนะครับ และโปรดไตร่ตรองให้ดีว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร

1.ค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับประมาณ 32 บาทกว่าในปัจจุบันน่าจะเป็นระดับที่ให้โอกาสในการเข้าขายบาทและซื้อเงินตราต่างประเทศ ที่เรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าทางปัจจัยพื้นฐานแล้วยังคงดูมืดมัว (แต่ไม่ถึงกับมืดมนนะครับ) โอกาสที่ประเทศไทยจะโดย "downgrade” มีความเป็นไปได้สูง หากเป็นเช่นนั้นจริง คงไม่ใช่ค่าเงินบาทเท่านั้นที่จะอ่อนลง แต่คงจะเป็นสินทรัพย์อื่น ๆ โดยทั่วไป ดังนั้นคงต้องใช้ความระมัดระวังและคิดให้จงหนักหากจะเข้าไปซื้อ สินทรัพย์เงินบาท โอกาสติดที่สูง หรือโดนเบี้ยวมีสูง

2.ในขณะที่การดำเนินนโยบายของทางการในการผ่อนคลายเกณฑ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังคงมีอยู่ ผมเชื่อว่ามันจะอยู่อีกไม่นานหรอก จากข้อที่ 1 จึงเห็นว่าให้ใช้โอกาสนี้ในการกระจายสินทรัพย์ที่ถือครองไปเป็นสินทรัพย์ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ การถือครองก็อาจทำได้หลายวิธี อาจจะเป็นการไปซื้อเอง หรือฝากคนอื่นซื้อก็ได้ การเข้าไปซื้อกองทุนเปิดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการที่ท่านชอบก็เป็นทางเลือกอย่างหนึ่ง แต่หากทางการไทยจะเลือกที่จะเลิกผ่อนคลายนโยบายดังกล่าว ทางเลือกอันหลังก็คงจะไม่อยู่ให้ท่านเลือกนะครับ

3.แล้วจะเลือกไปซื้อที่ไหนดี ถ้าเอาซื้อง่ายขายคล่องก็ต้องอเมริกา บางท่านชอบยุโรป บางท่านชอบญี่ปุ่น ก็พอได้นะครับ เพียงแต่ถ้าเป็นยุโรปหรือญี่ปุ่น ท่านอาจต้องใช้ความสามารถพิเศษทางด้านตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม เพราะว่าต้องรู้ หรือเข้าใจล่วงหน้าว่าเงินยูโรหรือเงินเยนนั้นจะไปทิศทางไหนอย่างไร ข้อดีก็คือ ของยังถูกอยู่ โดยเฉพาะยุโรป แต่หากยูโรแข็งค่าเร็วกว่าดอลลาร์ ท่านจะไม่ได้อานิสงส์ทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเต็มที่นะครับ สำหรับญี่ปุ่นนั้นโอกาสทองนั้น ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้วก็ยังคงไม่สายนะครับ ผมว่ายังพอได้

4.ดอกเบี้ยไทยที่เดือนที่แล้วมีการ "เซอร์ไพรส์” ตลาดเล็กน้อย ผมก็คิดว่าอัตราดอกเบี้ยไทยคงจะไม่ลงอีก แต่หากดอกเบี้ยอเมริกามีการส่ง "ซิก” ว่าจะปรับขึ้น ดอกเบี้ยไทยก็ยิ่งต้องไม่ลงแน่นอน หนำซ้ำจะสูงตามขึ้นด้วย ขอให้ตามเรื่องเงินทุนไหลออกให้ดีๆ ท่านจะไม่เจ็บตัวหรือมาเจ็บใจภายหลัง

5.เงินสกุลที่จะได้รับผลบวกจากเหตุการณ์ไม่สงบทั่วโลก ในขณะนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นออสซี่กับกีวี่นะครับ เงินออสเตรเลีย และเงินนิวซีแลนด์ยังมีพื้นที่ให้วิ่งขึ้นได้อีกเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิวซีแลนด์ เพราะดอกเบี้ยของเขาอาจจะขึ้นได้อีก เพียงแต่ว่าเงินสองสกุลนี้ผันผวนมากถึงมากที่สุด หากใจไม่ถึงก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลยครับ

เดือนนี้น่าจะได้ตอบคำถามอมตะได้ชัดเจนนะครับ แล้วพบกันใหม่เดือนหน้า สุดท้ายขอให้ทุกท่านสุขสันต์ในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้นะครับ สวัสดี