วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญจาป วันนี้

จากเมื่อเดือนที่แล้วที่ผมได้มีโอกาสไปเยือนพิหาร หนึ่งในแคว้นยากจนของอินเดีย ได้เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้น

ประเทศที่มีคนไทยจำนวนหนึ่งยังหลงเข้าใจผิดว่าเขาด้อยกว่าเรา และเดือนมีนาคมที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปเยือนแคว้นปัญจาป หนึ่งในแคว้นที่เจริญที่สุดแคว้นหนึ่งของอินเดีย มีความผูกพันกับชาวไทยเชื้อสายอินเดีย การพัฒนาที่ที่ถูกทางของเขาโดยเฉพาะในด้านการเกษตร ไอที และอุตสาหกรรม กำลังทำให้แคว้นประวัติศาสตร์ของชาวซิกข์แห่งนี้ดำรงความสำคัญต่อไป ไม่น้อยหน้าแคว้นทางใต้ที่แข่งกันเจริญเติบโตอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

ชื่อปัญจาป (Punjab) มาจากภาษาเปอร์เซียว่าแม่น้ำห้าสายเพราะมีแม่น้ำสำคัญห้าสายไหลผ่านพอดี ตั้งแต่ปี 1947 แคว้นถูกแบ่งเป็นสองส่วนเป็นปัญจาปปากีสถาน ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมกับปัญจาปอินเดีย ที่มีชาวซิกข์เดินกันเกลื่อน ที่นี่มีประวัติศาสตร์เป็นสมรภูมิอันยาวนานไม่หยุดหย่อนเพราะใครจะบุกอนุทวีปเอเชียใต้ก็มักข้ามตะวันตกเข้ามาเจอแคว้นนี้ก่อน อเล็กซานเดอร์มหาราชก็เคยพิชิตพระเจ้า Porus เมื่อปี 326 ก่อนคริสต์ศักราชที่ชายฝั่งแม่น้ำ Jhelum ในเขตปากีสถาน ต่อมา ศาสนาซิกข์ก็ถือกำเนิดขึ้นที่นี่และได้รบอย่างต่อเนื่องกับจักรพรรดิโมกุลซึ่งตั้งราชธานีอยู่ที่เดลีและอัครา ติดกับแคว้นปัญจาปนั่นเอง

วันที่ผมและคณะวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของอินเดียไปเยือนนั้นไม่มีสงครามระหว่างอินเดียกับปากีสถานเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาถึงสามครั้งอีกแล้ว แถมชายแดนที่ Wagah ยังเป็นจุดเรียกนักท่องเที่ยวของทั้งปากีสถานและอินเดียมาชมพิธีการเชิญธงชาติลงจากเสาพร้อมกันทุกวันเวลา 6 โมงเย็น ในพิธีมีการจัดขบวนสวนสนามในเชิงประลองกำลัง พร้อมเปิดเพลงปลุกใจรักชาติใส่กันอย่างฮึกเหิมแต่สนุกสนาน ตรงจุดนี้เป็นด่านเข้าออกชายแดนระหว่างอินเดียกับปากีสถานที่มีอยู่ไม่กี่จุด เห็นแล้วรู้สึกเลยว่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาคึกคักกว่ามาก ที่นี่ไม่มีการยอมให้คนของอีกฝ่ายเข้ามาหางานในอีกฝั่ง มีรถบรรทุกเข้าออกปีละ 57,000 คันก็จริง แต่ได้แค่คนขับคนเดียว ไปไกลสิ่งของแค่ 200 เมตรก็กลับ

ที่เราไปเยี่ยมชมล้วนแต่เป็นสถานที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจ เช่น โรงงานกระดาษ Khanna ที่ผลิตกระดาษจากที่ใช้แล้วเท่านั้น ตอนนี้ใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศและเคยสั่งซื้อวัตถุดิบจากไทย โรงงานต่อตู้โบกี้รถไฟ Kapurthala มีต่อได้ถึงปีละ 1,500 ตู้ และมีออร์เดอร์สั่งทำตั้งแต่เยอรมนีถึงพม่า ที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีใช้แบคทีเรียกำจัดของเสียและกลิ่นบนห้องน้ำรถไฟที่เสียตังค์ปีละสี่พันบาทต่อโบกี้เท่านั้น เขื่อนใหญ่อันดับสองของประเทศคือเขื่อน Bhakra ที่ทดน้ำแม่น้ำ Sutlej มาสร้างแอ่งเก็บน้ำและผลิตไฟฟ้าเลี้ยงรัฐหิมาจัลประเทศและปัญจาป โครงการที่แล้วเสร็จในปี 1963 นี้เป็นสิ่งที่ชาวอินเดียภูมิใจมาก เพราะเป็นก้าวสำคัญในการพิชิตธรรมชาติภายในไม่กี่ปีหลังได้รับเอกราช เรายังได้ชมศูนย์พัฒนาของบริษัท Infosys ยักษ์ใหญ่ด้าน IT ของโลก นิคม IT Quark City และศูนย์วิจัยเภสัชแห่งชาติ ตลอดจนสำนักสวัสดิการสังคมทหารของแคว้นปัญจาป ซึ่งให้ความสำคัญแก่รายได้ทั้งในและนอกราชการของทหารและครอบครัว

แคว้นปัญจาปถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศอินเดียก็ว่าได้ เพราะผลิตข้าวและจาปาตีเลี้ยงประเทศ ด้วยว่าพื้นที่ยังเป็นนาไร่การเกษตรมากอยู่ อินเดียในรอบหลายปีหลังมานี้เน้นปลูกธัญพืชมากกว่าข้าวเพราะใช้น้ำน้อยกว่า แต่ปีที่แล้วนี้เองที่ข้าวไทยในตลาดโลกตกต่ำ อินเดียได้โอกาสผลิตบัสมาติส่งออกซะเลย และเห็นว่าอนาคตอินเดียจะกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกต่อไป ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของแคว้นอีกครั้ง

ในการพบปะกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมของแคว้น ได้รับทราบถึงสถิติน่าสนใจหลายอย่างของแคว้นที่กำลังดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเป็นอันดับสามของประเทศ เช่นเป็นอันดับหนึ่งในด้านการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และเมือง Ludhiana เป็นอำเภอที่น่าทำธุรกิจด้วยที่สุดในอินเดียข้อดีของปัญจาปคือ การวางระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นถนน ทางรถไฟ ไฟฟ้า หรือสนามบิน อุตสาหกรรมและการเกษตรเข้มแข็งมาก เช่นเดียวกับขีดความสามารถในการเร่งรัดให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดอยู่บ้างสำหรับแคว้นนี้ เช่น การพัฒนาการค้าชายแดนน่าจะทำได้ดีกว่านี้ หรือพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าน่าจะได้รับการพัฒนา

ประเทศไทยมีนักธุรกิจเชื้อสายซิกข์จำนวนมาก น่าจะมีโอกาสทำประโยชน์ในแคว้นบ้านเกิดของศาสนาได้มาก น่าเสียดายที่แคว้นมุ่งเน้นการลงทุนจากเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะไต้หวันและญี่ปุ่นมากกว่า จึงไม่ค่อยประชาสัมพันธ์โครงการ Progressive Punjab ในหมู่นักลงทุนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นัก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักธุรกิจจากไทยจะชนะใจปัญจาปได้ ด้วยความสามารถที่มีเต็มเปี่ยม