วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกตั้งส.ว. การบ้านถึงเลือกตั้งส.ส.

การเลือกตั้ง เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. 77 จังหวัดผ่านไปด้วยดี ถือเป็นสัญญาณการเลือกตั้ง ที่สดใสขึ้น

เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ เกิดความวุ่นวายในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาจนทำให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องออกมาวินิจฉัยว่าโมฆะ แต่การเลือกตั้ง ส.ว.ที่ผ่านมา ผ่านไปได้ด้วยดี สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้แถลงภาพรวมการเลือกตั้งส.ว. ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ภายหลังปิดการลงคะแนนในเวลา 15.00 น. ว่า ภาพรวมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้ง 93,231 หน่วยเลือกตั้ง มีเหตุความรุนแรงเฉพาะที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และมีการฉีกบัตรเลือกตั้งที่จ.นครปฐมเท่านั้น

ส่วนเรื่องร้องเรียนขณะนี้มีทั้งหมด 6 เรื่อง 2 เรื่องเป็นการร้องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีก 4 เรื่องร้องในจ.นครปฐม หนองบัวลำภู เชียงใหม่ และ เลย อย่างละ 1 เรื่อง ซึ่งหลังจากนี้หากผู้ได้รับการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนสูงสุดในแต่ละจังหวัดไม่เองถูกร้องเรียนกกต.ก็จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 7วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่หากมีเรื่องร้องเรียนกกต.จะดำเนินการสอบสวน หากสามารถพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสั่งเลือกตั้งใหม่ ก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่ถ้าการสอบสวนไม่แล้วเสร็จในเวลาดังกล่าวกกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อนและจะพิจารณาเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้านให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเลือกตั้งที่หากไม่มีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น การจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสำเร็จนั้นทำได้ไม่ยาก

จะเห็นว่า กกต.ก็สามารถจัดการเลือกตั้ง ให้เรียบร้อยได้ แต่ก็ใช่ว่าเมื่อถึงวันเลือกส.ส.จะราบรื่น เหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ว.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีหลายตัวแปรที่มีความแตกต่างกันมาก เหตุเพราะส.ว.นั้นทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่การเลือกตั้ง ส.ส.คือการชี้ชะตากรรม ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ ใครสามารถกุมอำนาจของประเทศนี้หลังเลือกตั้ง ดังนั้นสัญญาณที่ดีในการเลือกตั้งส.ว.อาจจะไม่ใช้บทสรุปในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป หากทุกกลุ่มความขัดแย้ง ยังไม่สามารถเจรจา หารือร่วมกันได้

เพราะถึงขณะนี้ดูเหมือนว่า ความขัดแย้งเดิมก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ยังคงดำรงอยู่ สองขั้วการเมืองหลักยังคงคิดต่าง โดยในการหารือ 53 พรรคการเมืองภายใต้หัวข้อ "เดินหน้าประชาธิปไตย ร่วมใจ...หาทางออกการเลือกตั้ง" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 1.เรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2.เร่งออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 3.ให้ตัวแทนทุกพรรคพบกกต.ในวันที่2 เม.ย.และจะให้กกต.เป็นเจ้าภาพในการเชิญทุกฝ่ายมาหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขและหาทางออกของประเทศ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าให้เดินหน้าเลือกตั้ง 45-60 วัน ขณะที่อีกพรรคใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีแนวโน้มจะไม่ลงเลือกตั้งหาก ระยะเวลา 45-60 วันตามข้อเสนอของ 53 พรรคร่วม ซึ่งหากสถานการณ์แบบนี้ เชื่อว่าความวุ่นวาย ในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งใหม่ ย่อมมีความสุ่มเสี่ยงที่จะปะทุขึ้นมาได้อีก ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งทำคือหาระยะเวลาที่เหมาะสม เปิดทางให้ทุกฝ่ายได้หารือ มีบทสรุป เพราะยิ่งเร่งรัดอาจจะก่อปัญหาขึ้นมาได้อีก ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เปิดกว้างให้สามารถเลือกตั้งได้มากกว่า 60 วัน ซึ่งนั้นหมายความว่ายึดตามกรอบปี 2549

เราเห็นว่าถึงนาทีนี้ ข้อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงประเทศชาติ ลดความต้องการของกลุ่มตัวเองลงมา นั่งหารือร่วมกันว่ามีอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ร่วมของประเทศ เพราะหากยังปล่อยให้สถานการณ์เดินหน้าแบบนี้ ย่อมนำมาซึ่ง

ความเสียหายการเลือกตั้งส.ว.ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เป็นบทสรุปว่าเลือกตั้งส.ส.จะสงบเรียบร้อยเหมือนกัน