วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

บ่อขยะ...ภูเขาไฟรอวันปะทุ

บ่อขยะ...ภูเขาไฟรอวันปะทุ

สมุทรปราการ เป็น 1 ใน 6 จังหวัดบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำบางปะกง และอ่าวไทย ที่ตรวจพบการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรม

เพราะมีนิคมอุตสาหกรรม และโรงงานขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วจังหวัด ขณะที่สมุทรปราการ มีโรงกำจัดกากอุตสาหกรรมอันตรายเพียงแห่งเดียว

บ่อขยะที่ถูกไฟไหม้ครั้งนี้ เป็น 1 ใน 3 บ่อขยะขนาดใหญ่ ของสมุทรปราการ ที่พบว่าเมื่อปี 2555 มีการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรม ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พ.ต.ท.พงศอินทร์ อินทรขาว บอกว่า เมื่อปี 2555 พบการลักลอบทิ้งกาก หรือขยะอุตสาหกรรม ที่ระบุในเอกสารการขนจะต้องนำไปทิ้งที่ราชบุรี แต่ผู้ขนส่งกลับนำมาทิ้งที่บ่อขยะแพรกษา แม้เป็นครั้งเดียวที่ตรวจพบ แต่ดีเอสไอ ก็ไม่อาจจะรับประกันได้ว่า จะไม่มีการลักลอบนำขยะพิษมาทิ้ง เพราะไม่มีหน่วยงานที่ตรวจสอบจริงจัง ซึ่งง่ายต่อการลักลอบนำของเสีย ขยะอันตรายมาทิ้งได้

ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ บอกว่า เวลานี้คนจะสนใจเฉพาะบ่อขยะที่ถูกไฟไหม้ แต่สมุทรปราการมีบ่อขยะที่ 2 แห่งคือที่แพรกษาใหม่ เคยเกิดเพลิงไหม้เมื่อปี 2551 และที่บางกะสี เคยเกิดเพลิงไหม้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้น กระแสการตื่นตัวเรื่องมลพิษ มีน้อยกว่าปัจจุบันมาก

จากการตรวจสอบ บ่อกำจัดขยะที่แพรกษาใหม่ ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน โดยรอบจะปลูกต้นสน ขณะที่กองขยะขนาดมหึมาความสูงกว่า 20 เมตร ขอบบ่อจะเป็นขยะที่เริ่มย่อยสลาย และพบว่ามีน้ำสีดำซึมออกมาตามชอบบ่อ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กองขยะแพรกษาใหม่ บอกว่า จะได้กลิ่นรุนแรงเมื่อเวลาฝนตก

ขณะที่รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ ธนภณ คารมปราชญ์ บอกว่า สมุทรปราการ มีบ่อทิ้งขยะ 3 แห่ง แห่งหนึ่งบ่อที่เกิดไฟไหม้ และอีกแห่งที่อบต.แพรกษาใหม่ ส่วนที่บางกะสี มีขนาดเล็ก

ปัญหาที่สมุทรปราการ กำลังเผชิญเวลานี้คือ มีนิคมอุตสาหกรรมบางปู มีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม 400 โรง ส่วนใหญ่ เป็นโรงงานทำสี และอิเล็กทรอนิกส์ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลักลอบทิ้งขยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านจะรู้ดี ว่ามีขยะปนเปื้อนหลายชนิดที่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง

สิ่งที่พบอีกประการหนึ่ง คือ แม้จะมีหน่วยงานอย่างดีเอสไอ ที่พ.ร.บ.แนบท้าย ให้รับคดีทิ้งขยะอันตราย เป็นคดีพิเศษ แต่ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พ.ต.ท.พงศอินทร์ บอกว่า ดีเอสไอต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่า บ่อขยะแพรกษามีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ หากพบว่า มี จะรับเป็นคดีพิเศษ ทันที

นอกจากนี้ ดีเอสไอ จะนำเอาผลการตรวจร่างกายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา มาใช้เป็นหลักฐานทางกายภาพ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะอีกด้วย

การกำจัดขยะอันตรายสำหรับประเทศไทย เป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะ มีโรงกำจัดกากอุตสาหกรรมอันตราย เพียงไม่กี่แห่ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรม โดยที่แพรกษา สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือน้ำใต้ดิน โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นั่น จำเป็นต้องอยู่ และถ้าไม่เกิดไฟไหม้ก็พออยู่ได้ หารู้ไม่ว่ามีอันตรายจากน้ำที่ปนเปื้อนสารพิษ และสมุทรปราการ บางพื้นที่ยังใช้น้ำบาดาลอยู่

รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ บอกว่า สมุทรปราการ มีขยะ 1,400 ตัน/ต่อวัน และในปี 2560 จะเพิ่มเป็น 2 พันตันต่อวัน ปริมาณขยะที่มากขึ้นหากไม่มีการจัดการที่ดีแนวโน้นก็จะซ้ำรอยไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา

ประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึง 16,000 แห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออก มีแหล่งลักลอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม 40 แห่ง การทิ้งขยะอุตสาหกรรมทั้ง 40 บ่อ เท่ากับเรามีภูเขาไฟ ที่รอวันปะทุอีก 40 หรืออาจมากกว่านั้น