วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โชคดีท่ามกลางโชคร้าย

ไม่น่าแปลกใจที่จะได้ยินคนบ่นว่าโชคร้ายจริงๆ ที่อยู่ๆ ก็ต้องมารับเคราะห์กรรมจากวิกฤติที่คนอื่นช่วยกันก่อขึ้นมา

และตั้งหน้าตั้งตาขยายวิกฤติออกไปไม่ให้จบสิ้น ใครก็ไม่รู้มาทำให้วันพรุ่งนี้ย่ำแย่ลงกว่าวันนี้ บ่นแล้วบางคนใจยังแข็งแกร่ง ก็เดินหน้าทำงานการต่อไป แต่หลายคนบ่นแล้วก็ท้อถอยจนการงานเสียหาย ทั้งๆ ที่หน้าที่การงานนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างใดกับวิกฤติที่คนนั้นคนนี้ช่วยกันทำขึ้นมา วิกฤติจะวุ่นวายแค่ไหน งานนั้นจริงๆ แล้วก็สามารถเดินหน้าไปได้ตามปกติ รับงานเขียนโปรแกรมอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เดินทางไปไหน ใครจะทำอะไรอย่างไร งานเขียนโปรแกรมก็เดินหน้าได้ตามเดิม ดังนั้น โชคร้ายหลายอย่างจึงอาจเป็นเพียงโชคร้ายที่ตัวเราสร้างขึ้นมาเอง เรานึกปรุงแต่งการคุกคามที่น่ากังวลขึ้นมาเองแล้วก็บ่นรำพึงรำพันว่าโชคร้ายหนอๆ

ถ้ารับได้ว่าโชคร้ายหลายอย่างนั้น ตัวเราปรุงแต่งขึ้นมาเอง โดยที่ผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นต้นตอของความโชคร้ายที่เรากำลังคิดอยู่นั้น อยู่ห่างไกลจากตัวเรามาก เครื่องบินหายไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนอย่างไร้ร่องรอย วันนี้ต้องเดินทางก็ปรุงขึ้นมาเองว่าเราโชคร้ายที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินในช่วงนี้ ซึ่งความจริงแล้วการเดินทางของเรากับการหายไปของเครื่องบินลำนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวโยงกันเลย ตัวเราต่างหากที่ปรุงแต่งขึ้นมา ดังนั้น หากอยากมีโชคดีท่ามกลางความโชคร้ายของคนอื่นต้องเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการมีความหวัง ด้วยพลังที่เป็นบวก ด้วยความเชื่อมั่นว่าเรื่องที่จะทำจะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่เชื่อในโชคดีของตนเอง เรื่องที่ผ่านมาผ่านไปจะเป็นเรื่องโชคร้ายแทบทั้งหมด เพราะตัวเราปิดบังความโชคดีที่ผ่านมาหาเรา เรื่องดีกลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องโชคร้ายใหญ่โต ตัวเราโฟกัสอยู่แต่เรื่องโชคร้าย เราจึงเห็นแต่โชคร้ายเท่านั้น ถ้าอยากเห็นโชคดี ต้องเริ่มต้นด้วยการเชื่อว่าเราเป็นคนหนึ่งที่มีโชคดีได้

โชคดีมีทั้งที่มาโดยบังเอิญ นานทีปีหนจะพบเจอ เช่น ดูป้ายรถก็ถูกหวยแล้ว และโชคดีที่มาจากการแสวงหา คนโชคดีจริงๆ นั้นส่วนใหญ่ได้รับโชคดีมาจากการแสวงหาโอกาสมากกว่าที่จะมาโดยบังเอิญ คนโชคดีมองรอบตัวเพื่อหาโอกาส ยิ่งมองกว้างเท่าใด โอกาสที่จะเห็นโอกาสที่จะกลายเป็นโชคดีก็มีมากขึ้น ถ้าเก็บเนื้อเก็บตัว คิดว่าฉันเก่งคนเดียวได้ คนนั้นมักจะกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยพบเจอโชคดี อยากโชคดีต้องรู้จักสรรหาเครือข่ายให้กว้างขวางมากขึ้น หากศึกษาประวัติของคนโชคดีอย่างเหลือเชื่อหลายคนจะพบเรื่องที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ คนโชคดีมักเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของคนโชคดี คบค้าสมาคมกับคนที่เราคิดว่าเขาโชคดีไว้มากๆ วันหนึ่งเราจะมีโชคดีไม่น้อยไปกว่าคนโชคดีที่เราคบค้าด้วย หลีกห่างๆ คนที่พร่ำบ่นแต่ว่าตนเองโชคร้ายอย่างนั้นอย่างนี้ คบคนโชคร้ายแน่นอนว่าเราจะรู้สึกว่าตัวเราโชคร้ายตามไปด้วย

แม้จะคบค้ากับผู้คนมากมายหลายหน้า แต่ถ้าอยากมีโชคดีกับการงาน ต้องรู้จักเลือกงานที่ตัวเราโดดเด่นทั้งในความเชื่อของตัวเราเอง และคนอื่น ทำงานที่เราเชื่อว่าเราเก่ง ย่อมง่ายที่จะบอกให้ตัวเราเชื่อโดยสนิทใจว่างานที่กำลังจะทำนั้น จะเดินหน้าไปได้ด้วยดี โชคดีหลายอย่างจะเกิดขึ้นตามมาเอง ถ้ามัวแต่ไปทำงานที่ไม่ถนัด งานก็ยาก งานก็พลาดง่าย พลาดนิดพลาดหน่อยจะกลายเป็นความโชคร้ายขึ้นมาทันที พลาดสักสองสามครั้ง เราก็บ่นกับตัวเองแล้วว่าฉันโชคร้ายเหลือเกินกับงานนี้ เลือกทำงานที่เราเก่ง เราถนัดให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยมาขยับขยายไปงานที่ยากขึ้น งานใดที่วิกฤติรอบตัวทำให้เกิดอุปสรรค ก็พักไว้ก่อน การงานในบ้านเมืองเรายังมีอีกมากมายนักที่มีโอกาสดีๆ รออยู่ แม้ว่าจะมีโชคร้ายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นกับอีกบางส่วน มองดูความเก่งของตัวเราเองแล้วหาโอกาสจากเครือข่ายที่คบค้ากันอยู่ หาเจอเมื่อใด เมื่อนั้นคือวินาทีแรกของอนุกรมของการมีโชคดีที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขอแค่ให้เจาะจงเรื่องที่เราเก่งจริงๆ ไว้ก่อนในยามที่ดูเหมือนจะถูกล้อมด้วยโชคร้าย

คนเราจะเก่งอย่างไรก็ยังมีพลาดได้เสมอ คนโชคดีไม่ค่อยทุกข์ร้อนกับความผิดพลาด แต่กลับมองหาโอกาสดีๆ ที่ซ่อนอยู่กับความผิดพลาดนั้นจนได้ เมื่อมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อย่าเร่งเปลี่ยนเป้าหมาย อย่ารีบร้อนเปลี่ยนวิธีทำงาน ต้องทนเดินหน้ากันต่อไปตามเป้าหมายที่เราเชื่อว่าเรามีฝีมือพอที่จะไปถึงได้ คนที่คิดว่าตนเองโชคร้ายอยู่เป็นนิจนั้น อะไรพลาดไปแม้แต่นิดน้อย ก็เปลี่ยนทิศ เปลี่ยนทาง เปลี่ยนวิธีการทำงาน ยิ่งเปลี่ยนเร็ว ยิ่งไม่เก่ง ยิ่งพลาด ยิ่งทำให้เร่งทับถมตนเองว่าฉันโชคร้ายเหลือเกิน โชคร้ายกว่าใคร ซึ่งจริงๆ แล้วใครก็ตามที่ต้องทำงานที่ตนเองไม่เก่ง ไม่ถนัดนั้น ต่างโชคร้ายด้วยกันทั้งนั้น

ท่ามกลางโชคร้ายเรายังมีโชคดีได้ ขอเพียงแค่เปิดใจให้กว้างเพื่อรับเรื่องราวที่เป็นโอกาส ที่จะใช้ความเก่งของเรา ของพรรคพวกเพื่อนฝูงของเรา มาช่วยกันสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น วันนี้ไม่ใช่วันที่เราจะมางอมืองอเท้านั่งบ่นกับตัวเองว่าตัวฉันโชคร้ายเหลือเกิน โดยไม่ทำอะไรสักอย่าง