ข้อมูลปัญหาสิ่งแวดล้อมจากกรมควบคุมมลพิษ แสดงให้เห็นปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งอาจรวมถึงขยะอุตสาหกรรม
ที่คนไทยมักได้รับทราบกันตามข่าวรายวัน เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่ง และหากติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บ่อขยะบริเวณติดกับนิคมอุตสาหกรรมบางปู ก็จะเห็นว่าปัญหาดังกล่าวรุนแรงแค่ไหน ซึ่งหากไม่เกิดไฟไหม้บ่อขยะ หลายคนอาจไม่รู้ว่ามีบ่อขยะขนาดมหึมาอยู่ในเมืองสมุทรปราการและอยู่ติดกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างคาดไม่ถึง
ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับหลายๆ ปัญหาในสังคมไทย ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัญหา "ไม่เกิด ไม่รู้" เพราะเป็นเรื่องที่ไกลจากวิถีชีวิตประจำวัน ยกเว้นกรณีที่เกิดเหตุและได้รับผลกระทบเท่านั้น คนเราก็จะตระหนักว่าเริ่มเป็นปัญหาใหญ่และเสนอแนวทางแก้ไข แต่กรณีนี้เรายังไม่รู้ว่าจะแก้ไขได้แค่ไหน เพราะว่าบ่อขยะแห่งนี้เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลในธุรกิจกำจัดขยะ ซึ่งหากไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จ ปัญหาก็คงรอวันเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต
หลังจากไฟไหม้บ่อขยะแห่งนี้ และส่งผลกระทบเข้าสู่วันที่สี่ คนไทยได้เห็นรัฐบาลและหน่วยงานลงพื้นที่ด้วยท่าทีเอาจริงเอาจังกับปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากที่ส่งผลกระทบชุมนุมบริเวณข้างเคียง จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และส่งผลกระทบต่อคนในเขตกรุงเทพมหานคร ในขอบเขตที่กว้างออกไปอย่างมากถึง 6 เขต ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของหรือผู้ดูแลบ่อขยะแห่งนี้ รวมถึงผู้จ้างวานให้นำขยะไปทิ้งในพื้นที่ดังกล่าวด้วย เนื่องจากใบอนุญาตบ่อขยะหมดอายุไปแล้ว
แต่การแก้ปัญหาเพียงแค่ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอาจไม่เพียงพอ หากปัญหาการจำกัดขยะ เป็นไปตามข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษที่ระบุว่ากำลังเกิดวิกฤติขยะล้นประเทศ ดังนั้น ปัญหาขยะควรจะได้รับการจัดอันดับความสำคัญในอันดับต้นๆ ของปัญหาประเทศ เช่นเดียวกับปัญหาอื่นๆ ซึ่งหากเราจัดอันดับความสำคัญของปัญหานี้ เราเชื่อว่าการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองจะได้รับการเอาใจใส่มากกว่าที่เป็นอยู่ และเราอาจจะได้เห็นการแก้ปัญหาเป็นระบบมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ปัญหาขยะล้นประเทศ เป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงกันมานาน แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจอย่างเพียงพอ และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง สิ่งที่เราเห็น ก็คือ การขจัดจากพื้นที่หนึ่งเพื่อนำไปทิ้งในอีกพื้นที่หนึ่ง จนดูเหมือนว่าสถานที่ต้นทางนั้นไม่มีปัญหา ดังนั้น การแก้ปัญหาเรื่องขยะจึงค่อนข้างมีความซับซ้อนมาก ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบบ้านเรือน ชุมนุม โรงงานและผู้ประกอบการ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ รวมถึงระดับรัฐบาล การแก้ปัญหาไม่อาจเริ่มเพียงจุดใดจุดหนึ่งได้
เราเห็นว่า กรณีไฟไหม้บ่อขยะที่สมุทรปราการ เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีและเป็นสัญญาณเตือน ให้คนไทยตระหนักถึงภัยใกล้ตัวที่เกิดจากปัญหาขยะ ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องเพลิงไหม้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบที่เกิดจากสภาพแวดล้อมข้างเคียง เช่น แหล่งน้ำ และสารปนเปื้อนบนพื้นดิน เราเห็นว่าหากยังไม่เริ่มต้น คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ของทุกคนตั้งแต่ระดับรัฐบาลลงไปถึงระดับปัจเจก โดยไม่อยากเห็นการรณรงค์ไปวันๆ เพื่อขจัดขยะให้พ้นตัวเองเท่านั้น หากเรายังไม่แก้ไขอย่างเป็นระบบ ในอนาคตข้างหน้าเกิดปัญหารุนแรงขึ้นกว่าเดิม เราก็มานั่งกล่าวโทษกันไปมาเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และเมื่อผ่านพ้นไป ปัญหาก็ยังอยู่และรอวันเกิดขึ้นอีกครั้ง...ในอนาคต






