วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ควันหลง1ปีเจรจาดับไฟใต้ ความจริงเบื้องหลังโต๊ะพูดคุย

ควันหลง1ปีเจรจาดับไฟใต้ ความจริงเบื้องหลังโต๊ะพูดคุย

ดูเหมือนทุกๆ ปัญหาในบ้านเมืองนี้กำลังรอ สถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองยุติ

คือ รัฐบาลและ กปปส.ตกลงกันได้ หรือไม่ก็ฟาดกันให้ตายไปข้างหนึ่ง...ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไร

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาต้องบอกว่ารัฐบาลแทบไม่ได้ทำอะไร จึงเกิดคำถามจากผู้คนจำนวนไม่น้อยว่า แล้วจะอยู่รักษาการไปทำไม?

ส่วนตัวผมเข้าใจดีว่ารัฐบาลติดเงื่อนไข "ครม.รักษาการ" ที่มีข้อจำกัดการทำงานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 แต่ผมก็คิดว่าข้อจำกัดที่ว่านั้นไม่น่าจะส่งผล ถึงขนาดทำให้บ้านเมืองของเราอยู่ในสถานะเหมือน "ชัตดาวน์ประเทศ" กันอยู่ในขณะนี้

อย่างปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายเดือนมาแล้วที่รัฐบาลเกือบจะไม่ขยับทำอะไรเลย ทั้งๆ ที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากความรุนแรงในกลุ่มที่เป็นประชาชนและ "เป้าหมายอ่อนแอ" เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่เดือน มี.ค.สถานการณ์ก็ยังแย่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีเหตุการณ์ฆ่าเผาครูสตรีเสียชีวิตกลางถนนที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวานซืนคนร้ายยิงและจุดไฟเผาร่างอดีตตำรวจคาปั๊มน้ำมันที่ อ.ยะหา จ.ยะลา คืนวันเดียวกันคนร้ายยิงหนุ่มวัย 25 ปีเสียชีวิต และลูกชายวัย 3 ขวบได้รับบาดเจ็บที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะที่เมื่อวานมีเหตุลอบวางระเบิดตำรวจ เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 1 นาย ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี

แทบไม่น่าเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลพูดถึงปัญหาภาคใต้เลย ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ ประชุม ครม. แถลงข่าว ให้สัมภาษณ์กันไป เหมือนไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย เหมือนไม่มีการฆ่าอย่างโหดร้าย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามีอยู่ช่วงเดียวที่เลขาธิการ สมช.พูดถึงปัญหาภาคใต้ คือช่วงที่ "ดาโต๊ะซัมซามิน" อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ เดินสายประกาศความสำเร็จในวาระ 1 ปีของการพูดคุยสันติภาพ เมื่อ 28 ก.พ.57

เป็นความสำเร็จที่มาเลเซียกู่ร้องเสียงดังเสียยิ่งกว่าไทยในฐานะเจ้าของปัญหาเสียอีก!

ช่วงนั้น พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯสมช. เกาะกระแส 1 ปีพูดคุยสันติภาพ ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยที่เงียบหายไป "แค่หยุดแต่ไม่ได้เลิก"

ท่าทีของ พล.ท.ภราดร สวนทางกับคนใกล้ชิด ผบ.ทบ.อย่าง พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเชี่ยวชาญชายแดนไทย-มาเลเซีย และเคยมีบทบาทการพูดคุยเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหลายกลุ่มในอดีต

พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่า บทเรียนที่ไทยได้รับจากกระบวนการพูดคุยสันติภาพแบบเปิดเผย และมีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพนั้น ตรงกันข้ามกับที่ ดาโต๊ะซัมซามิน และคนในรัฐบาลพูดอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ

1.ขาดการปรึกษาหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กอ.รมน. กองทัพ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

2.แกนนำคณะพูดคุยสันติภาพขาดความรู้และประสบการณ์เรื่องกระบวนการพูดคุย ไม่มีโรดแมพ ไปมือเปล่า โดยเฉพาะวันที่ 28 ก.พ.56

3.ก่อนการพูดคุยแต่ละครั้ง แทบไม่มีการหารือร่วมกันเลย ต่างคนต่างไป เจอกันที่กัวลาลัมเปอร์ และเข้าห้องประชุมทันที เอกสารแทบไม่ได้เตรียม

4.คณะพูดคุยไม่มีอำนาจตัดสินใจที่ได้รับมอบไปจากรัฐบาลอย่างแท้จริง

5.ขาดกระบวนการที่ทำให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องกระบวนการสันติภาพ จึงไม่ได้รับการสนับสนุน

ส่วนบทบาทของมาเลเซียนั้น พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่า ไม่ใช่ facilitator (ผู้อำนวยความสะดวก) หรือ mediator (คนกลางไกล่เกลี่ย) แต่เป็น "โปรโมเตอร์" จัดคนขึ้นชก โดยที่ไทยไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่าจะชกกับใคร เสมือนหนึ่งว่าจัดใครมาให้คุยก็ต้องคุย ไม่รู้เป็นตัวจริงหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ในกำมือมาเลเซีย

ในวันที่รัฐบาลพุ่งความสนใจไปที่ความอยู่รอดทางการเมืองของตนมากกว่าชีวิตผู้คน ดูเหมือนไฟใต้จะยิ่งคุโชนและก่อความสูญเสียมากขึ้นทุกที...