วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำยังไงกับ 'NoNo' ดี?

“อาจารย์ครับ ทำไงกับโนโนดีครับ?”

ยามผมไปแชร์เรื่อง ‘เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย’ หรือ Our Iceberg Is Melting ของ ดร. จอห์น คอตเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คำถามยอดฮิตข้างต้นจะเป็นสิ่งที่ผู้เรียนถามเสมอๆ

สำหรับคุณผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นเคย เล่าสั้นๆว่าเจ้าโนโนเป็นหนึ่งในตัวละครของเหล่าเพนกวิน มีนิสัยดั่งชื่อ คือตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทุกชนิดด้วยวาจาและพฤติกรรม “No No” เชื่อว่าคงมีอยู่ในองค์กรต่างๆไม่น้อย เพราะคำถามที่ผมได้รับในห้องมักวนเวียนอยู่กับเจ้านี่มากกว่าพระเอกนางเอกของเรื่องเสียอีก

งั้นวันนี้ขอแชร์ข้อคิดและวิธีรับมือกับโนโนในองค์กรสักนิด เอาข้อคิดก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวตามด้วยวิธีรับมือ

1) เวลาพูดถึงโนโน ความหมายคือคนที่ ‘ต่อต้าน’ การเปลี่ยนแปลง แปลว่า พยายามสร้างสถานการณ์หรือโน้มน้าวผู้อื่นให้เดินสวนกับทิศทางขององค์กร แย่งชิงมวลชนกับเรา ส่วนคนที่เป็นแค่ ‘ไทยเฉย’ ยังไม่ถือเป็นโนโน

2) โนโนมักเป็นคนส่วนน้อยในองค์กร ไม่ควรเกิน 10% แปลว่า หากมีคนในองค์กร 100 คน โนโนไม่ควรเกิน 10 คน หากคุณพบว่าตนเองไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของคนส่วนใหญ่ในองค์กร “เค้าเป็นโนโนกันทุกคนเลยอาจารย์” อาจต้องมานอนพิจารณาเสียใหม่ว่าใครกันแน่คือโนโน

3) การมีโนโนสักคนสองคนจริงแล้วไม่เป็นไร แต่สมองส่วนหลังของเราอ่อนไหวกับ ‘ออร่า’ ทางลบของโนโน เคยมีผู้บริหารท่านหนึ่งประกาศตนในห้องตั้งแต่เริ่มวันว่า “ผมเป็นโนโน ผมไม่เห็นด้วยกับองค์กร ผมไม่เห็นด้วยกับหลักสูตรนี้” ข้าพเจ้าต้องใช้ทุกอณูของสมองส่วนหน้าที่มีในการยับยั้งสมองส่วนหลังไม่ให้ต่อล้อต่อเถียงด้วย

ต่อด้วยวิธีรับมือกับโนโนเลยละกัน สักสองสามแนวคิดนะครับ

Situation Modification (เริ่มจากมิตรก่อน)

เตือนตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของมวลชน แปลว่าคนไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับเราทุกคน แค่ ‘มวลมหาประชาองค์กร’ หรือ 70% เอากับเราด้วยเป็นพอ ดังนั้นหากโนโนบางคนสร้างความยุ่งเหยิงให้กับชีวิตคุณ งั้นเริ่มจากคนอื่นที่รู้สึกบวกกับการเปลี่ยนแปลงก่อนได้ไหม? หากคุณโน้มน้าวคนส่วนมากได้ คนส่วนน้อยจะต้องตัดสินใจเองว่าเขาจะทำอย่างไรกับชีวิต ในตัวอย่างข้างต้นผมเลือกโฟกัสกับ ‘มิตร’ ส่วนมากในห้องแทนการวุ่นวายกับพี่โนโน

Neutralization (ลด Impact ที่เกิดขึ้นจากโนโน)

หาวิธีทำให้โนโนไม่มีเวลายุ่งกับคนอื่น อย่าลืมว่าเราไม่ได้รังเกียจโนโน แต่สิ่งที่เราเกรงคือการ ‘ล็อบบี้’ ของโนโนที่ทำให้มวลชนแห่งการเปลี่ยนแปลงของเราเกิดขึ้นยาก Change Agent หลายคนเสียเวลาไปกับการพยายาม ‘ขจัดท่าน’ ออกไปจนตัวตายก็มี มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้ อาจารย์ Kotter ส่งศาสตราจารย์ไปประกบเจ้าโนโน ส่วนผมเคยเห็นตั้งแต่วิธีตรงไปตรงมาเช่น การ ‘คุย’ กับนายของโนโน การสร้าง ‘โครงการเร่งด่วน’ ต่างๆ ที่ให้โนโนไปทำ แม้กระทั่งการส่งกรรมการบอร์ดที่เป็นจระเข้ขวางคลองไปศึกษาดูงานอยู่รอบๆโลก

Reappraisal (เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส)

แต่วิธีที่ดีที่สุดในมุมผมคือการเปิดใจคุยกับโนโนนั่นแหละ พยายามเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร โนโนไม่ใช่ตัวบุคคลแต่เป็นทัศนคติที่เปลี่ยนได้เหมือนสีเสื้อ จุดแข็งของโนโนคือ เสียงที่ดัง ภาวะผู้นำ และความสามารถในการโน้มน้าว ดังนั้น หากคุณหาวิธีเปลี่ยนทัศนคติเขาได้ คุณจะได้มหามิตรที่มีประโยชน์ยิ่งต่อการนำการเปลี่ยนแปลงของคุณ และหลายครั้งผมพบว่าไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก แค่ตั้งคำถามว่า 1) เขารู้ตัวหรือไม่ว่าเขาเป็นโนโน? 2) เขาอยากเห็นองค์กรเป็นอย่างไร? และ 3) เขาคิดว่าตนเองสามารถช่วยในส่วนใดได้บ้างเพื่อบรรลุผลลัพธ์นั้น? ก็สามารถพาเขาไปข้างหน้าได้

ดังเช่นผู้บริหารท่านนั้น พอน้อง(สาวๆ)ในกลุ่มเอียงคอยิ้มน่ารักถามท่านว่า “พี่เป็นตัวไหนได้อีกบ้างคะ กลุ่มเราไม่อยากได้โนโนอ่ะ...” พี่ท่านก็ประกาศว่า “พี่เป็นหลุยส์ได้” แล้วก็เปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นหัวหน้าผู้ทรงบารมีแทนการขวางเรือ หนำซ้ำยังคอยดูภาพรวมให้กับกลุ่มอีกด้วย ลืมการเป็นโนโนไปเลย หัวใจพี่แกหล่อมากจริงๆ

แถมสุดท้ายพอเรียนจบยังเดินมาตบหลังตบไหล่ “มีประโยชน์มากครับอาจารย์ ผมเห็นด้วยกับหลายๆเรื่องที่แชร์ จะนำไปขยายผลต่อไป” และเราคุยกันอีกยืดยาวถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่ท่านอยากเห็นเกิดขึ้นในองค์กร

ส่วนพวก ‘มิตร’ ที่ยิ้มแต้ตั้งแต่วันแรกน่ะเหรอ? โน่น เก็บข้าวของออกจากห้องไปตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงแล้วครับ!