วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดพื้นที่ว่าง สำหรับคนคิดดี

สถานการณ์ความขัดแย้งวันนี้ แม้ความรุนแรงดูจะน้อยลง หลังจากการชุมนุมผ่อนคลายลงระดับหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงของปัญหา

ยังไม่ได้ผ่อนคลายลงตามการชุมนุม ตรงกันข้าม กรุ่นร้อนระอุอยู่ข้างในที่รอวันระเบิดออกมาอีกครั้งซึ่งแน่นอน ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนานเช่นนี้ จะผ่านพ้นจากวิกฤติไปได้ต้องปฏิรูปกันทุกภาคส่วน กิจกรรมต่างๆ ไม่อาจดำเนินแบบเดิมได้อีก จำเป็นต้องแก้ไขโครงสร้างเก่าที่เกิดปัญหา เพื่อสร้างแนวทาง กิจกรรมใหม่ขึ้นมารองรับความต้องการใหม่ของประชาชน ดังนั้นสถานการณ์แบบนี้ต้องเปิดพื้นที่ ระดมทุกหมู่คนที่มีความหวังดีต่อประเทศชาติ เข้ามาร่วมถกเถียงหาทางออก กับปัญหาของประเทศที่ยากและใหญ่มากขึ้นทุกวัน ดังนั้นเราไม่ควรที่จะเริ่มตั้งข้อสงสัย กับทุกความคิดเห็นที่สะท้อนออกมา ควรเลือกเปิดพื้นที่ให้เสนอทางออกมาก่อนแล้วค่อยมาประเมินกันต่อไป ว่าสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้การออกมาแสดงความคิดเห็นขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ 7 องค์กรอิสระให้เห็นผลว่าเนื่องจากมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศ โดนเห็นว่าขณะนี้ทุกฝ่ายต่างไม่มีความสุข หลายหน่วยงานจึงอยากเห็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองมาเจรจาหาทางออกให้ประเทศ เพื่อให้เกิดความบรรลุผล และยังมองว่าผู้ที่ไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจานั้นแสดงว่าไม่มีเจตนาที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงเห็นว่าหากทั้งสองฝ่ายมานั่งคุยกันน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีองค์กรอิสระเป็นตัวกลางเป็นพยานรับฟังความเห็น และเห็นว่าในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระไม่ได้ผูกโยงกับการเมือง จึงน่าจะเป็นที่รับฟังของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งกรณีนี้ถือว่าไม่ได้เป็นการทำเกินหน้าที่องค์กรอิสระ เพราะความขัดแย้งครั้งนี้กระทบไปถึงเรื่องของบ้านเมือง ไม่ได้กระทบแต่การเมืองเท่านั้น 7 องค์กรอิสระจึงเห็นว่า"อะไรที่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบได้ก็ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกฝ่าย "ทั้งนี้เบื้องต้นที่ประชุมของ 7 องค์กรเห็นว่าควรที่จะต้องมีรัฐสภา เพราะการปฏิรูปจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนเรื่องข้อเสนอเกี่ยวกับนายกฯคนกลางนั้น ที่ประชุมก็ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถเป็นนายกฯคนกลางได้ แต่ที่ประชุมก็ยังแสดงความกังวลว่าหากมีนายกคนกลางก็อาจจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับ

ทันทีที่มีข้อเสนอดังกล่าว ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยออกมามากมาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เห็นว่า"เป็นสิ่งที่ดี มีอะไรที่เข้ามาช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ก็ขอให้ช่วยกันทำ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราเองก็ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง 7 องค์กรจะเข้ามาช่วยทำเรื่องนี้ก็ขอให้ทำเลย แต่อย่าคาดหวังอะไรมาก ขอให้ช่วยกันทำอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็สนับสนุนเต็มที่" แต่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มองว่า ข้อเสนอที่ 7 องค์กรจะเข้ามาเป็นคนกลางเจรจาแก้ไขปัญหาการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่น่าติดตาม แต่จะทำได้แค่ไหน อย่างไร ต้องคอยดูเนื้อหาสาระที่จะมีการแถลงออกมา ส่วนถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.มองว่า "ทุกคนมีสิทธิจะแสดงความคิดเห็นได้และถือเป็นความปรารถนาดี แต่เรื่องนี้คงยังไม่ถึงขั้นการเจรจา เป็นเพียงการพูดคุยเพื่อสอบถามความประสงค์ของคนในสังคมและจุดประสงค์แต่ละฝ่าย ทั้งนี้ 7 องค์กรควรพูดคุยให้ตกผลึกกันก่อน ไม่ใช่เป็นความคิดเห็นของคนเดียวแล้วออกมาพูด ส่วนองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า"พรรคพร้อมรับฟังและพิจารณาจุดยืนรวมทั้งโรดแม็ป คิดว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองพรรคไม่ขัดข้อง"

กรณีของ 7 องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่จะร่วมกันแถลงหาทางออกความขัดแย้งของประเทศในวันนี้ ก็ถือเป็นเรื่องดีที่เราควรให้โอกาสมากกว่าที่จะเริ่มตั้งป้อม ขัดขว้างตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ หลายฝ่าย ยังให้โอกาส หากเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศ แต่เราก็รู้สึกเป็นห่วงกับบางมุมมอง ที่ปฏิเสธในสิ่งที่ยังไม่เริ่มหรือฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะจากขั้วความขัดแย้งในปัจจุบัน เราต้องตระหนักเสมอว่าสังคมจะผ่านยากลำบากจากวันนี้ได้หรือไม่อยู่ที่เราทุกฝ่ายต้องหันมาฟังกันมากขึ้น และต้องเก็บเกี่ยวจากทุกความหวังดีให้มากที่สุด เปิดพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น ถอยออกจากจุดยืนเดิมของตัวเอง มองปัญหาให้มากกว่าปัญหาของตัวเอง หากทำได้เช่นนี้ประเทศยังมีแสงสว่างแน่นอน