วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

บจ.แห่ล็อกต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ

บจ.แห่ล็อกต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ

ท่ามกลางสุญญากาศทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จะเห็นว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ประกาศระดมทุน

ในรูปแบบการเสนอขายหุ้นกู้กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทปตท. มูลค่าการเสนอขายประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท บริษัทไทยออยล์ 1.5 หมื่นล้านบาท บริษัทซีพี ออลล์ 4 หมื่นล้านบาท บริษัทปูนซิเมนต์ไทย 1.5 หมื่นล้านบาท บริษัทการบินไทย 4 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

"พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต เล่าให้ฟังว่า เหตุผลของการเสนอขายหุ้นกู้จำนวนมากในช่วงนี้ เพราะบริษัทต้องการที่จะล็อกต้นทุนอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไว้ เนื่องจาก ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจากนี้ไปน่าจะเป็นขาขึ้น เช่นเดียวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลก

แต่การที่อัตราดอกเบี้ยบ้านเรา ยังไม่ไปไหน ก็เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อ ส่งผลกระทบไปถึง ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยังไม่เกิดขึ้นในเวลานี้

ขณะเดียวกัน ปัญหาทางการเมือง ส่งผลให้การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ มูลค่า 2 ล้านล้านบาท หยุดชะงัก ดังนั้น การที่บริษัทมองว่า โครงการดังกล่าว มีโอกาสจะดูดซับสภาพคล่องในระบบจำนวนมากเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป โครงการลงทุนขนาดใหญ่ไม่เกิดขึ้น ก็น่าจะทำให้มีเม็ดเงินที่จะเข้ามาลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้น การเสนอขายหุ้นกู้ จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาในฐานะผู้ลงทุน การจะนำเงินก้อนใหญ่มาลงทุนหุ้นกู้ในช่วงนี้ จึงถือว่ายังไม่น่าสนใจ เพราะผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และต้องลงทุนยาวเกินไป ซึ่งหุ้นกู้ส่วนใหญ่ จะมีอายุ ประมาณ 3-5 ปี หรือ 10 ปี และถ้าดูเปรียบเทียบ ผลตอบแทนอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี เคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 14% และค่าเฉลี่ยผลตอบแทนอยู่ที่ 5 % ปัจจุบันค่าเฉลี่ย ประมาณ 2 % ถือว่าระดับต่ำมาก

ขณะเดียวกันในตลาดทุน มีการลงทุนรูปแบบอื่น ที่น่าจะให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้นกู้เพียงแต่ผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลให้ละเอียดมากขึ้น และการลงทุนที่น่าสนใจในตอนนี้ ก็คือ การลงทุนใน กองทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือ กองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ และกองทุนทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองรีท โดยอัตราผลตอบแทนจะขึ้นอยู่รูปแบบของการลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของสินทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปลงทุน และถ้ามองแบบทั่วไปที่ควรจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7-8% ซึ่งก็เหมาะกับการลงทุนระยะยาว

นอกจากนี้ การเลือกหุ้นปันผลดี เข้าพอร์ตลงทุน ก็ยังมีความน่าสนใจมากกว่า การลงทุนในหุ้นกู้ โดยให้เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือรักษาอัตราคงที่ได้ในระยะยาว 5 ปี ซึ่งปัจจุบันในตลาดหุ้นไทย ยังมีหุ้นประเภทนี้ให้เราเลือกเข้าพอร์ตจำนวนไม่น้อย