วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คิดแยกประเทศ...ไม่ได้เพิ่งเกิด

"เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจรัฐ" คือคำอธิบายอย่างสั้นๆ กระชับได้ใจความของ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ

ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เมื่อถูกถามถึงการปลุกกระแส "แบ่งแยกประเทศ" ของประชาชนบางกลุ่มในภาคเหนือและอีสาน

พล.อ.เอกชัย ซึ่งเคยร่วมทำงานกับคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดที่มี นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.นนทบุรี เป็นประธาน เมื่อปี 2552 บอกว่าความรู้สึกไม่พอใจรัฐของประชาชนบางกลุ่ม จากปัญหาความไม่เป็นธรรมทางการเมืองเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่นั่นคือปรากฏการณ์ของการเมืองยุคหลังรัฐประหาร เพราะหากนับย้อนไปตั้งแต่ยุคคอมมิวนิสต์ จะพบว่าแนวคิดแบ่งแยกประเทศก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

"ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมไทย หลายๆ มุมก็คล้ายๆ กับปัญหาที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปมเงื่อนหลักอยู่ที่ความไม่เป็นธรรม และต่อสู้มาตลอดจนมีการเรียกร้องขอปกครองตนเองในปัจจุบัน ส่วนคนในภาคอื่นๆ ตั้งแต่ราวปี 2515-2516 ก็มีนักศึกษาเข้าป่าเพราะไม่พอใจเรื่องการปกครอง มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการปกครอง เนื่องจากมีทหารปกครองประเทศยาวนาน เป็นการปกครองแบบเผด็จการ ฉะนั้นคนที่มีอุดมการณ์ก็เข้าป่าจับปืนสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ กระทั่งมีการพูดคุยเจรจาและจบลงได้ในปี 2523"

พล.อ.เอกชัย อธิบายต่อว่า วันนี้คนที่อยู่ภาคอีสานหรือภาคเหนือก็ยังมีคนที่เคยต่อสู้กับรัฐมา บางคนอยู่ในพื้นที่ที่สู้รบมาตลอดตั้งแต่ยุคคอมมิวนิสต์ จึงต้องยอมรับว่าแนวคิดการแบ่งแยกประเทศย่อมมีอยู่ โดยเฉพาะคนในพื้นที่ห่างไกล อย่างเช่น บางจังหวัดมีการสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้กับรัฐในอดีตด้วย

ต่อมาในช่วงทศวรรษหลัง ก็มีความไม่เป็นธรรมทางการเมืองเกิดขึ้นในความรู้สึกของคนจำนวนไม่น้อย จนเกิดการชุมนุมที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะปี 2553 ต้องยอมรับว่าคนที่มาร่วมชุมนุมไม่ได้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งมีความคิดไม่พอใจรัฐอยู่แล้ว บางกลุ่มก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่อดีต

"ผมคิดว่าถ้าเรายังไปกดดัน ยังใช้คำสั่ง ใช้อำนาจ ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะเราเคยใช้วิธีนี้มาแล้วเมื่อครั้งต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ใช้กำลังทหารเข้าไปปราบปราม แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ มีแต่ความสูญเสีย ฉะนั้นควรใช้วิธีทำความเข้าใจว่าบ้านเมืองของเราเป็นอย่างไร กฎหมายเป็นอย่างไร และต้องยอมรับว่าความไม่เป็นธรรมมีอยู่จริง กลุ่มหนึ่งต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยกลับทำอะไรไม่ได้เลย ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยกลับทำได้ทุกอย่าง"

"เขาเคยประท้วงครั้งที่หนึ่ง อยู่ตรงข้ามรัฐบาลก็ถูกปราบ ครั้งนี้อยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลก็ยังจะถูกปราบอีกหรือ แล้วเราก็ตอบเขาไม่ได้ มันถึงเกิดกระแสอย่างนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจรัฐ"

พล.อ.เอกชัย กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ทำงานกับคณะกรรมการชุดของนายดิเรก ถึงฝั่ง ก็พบความรู้สึกไม่พอใจ รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยก และมีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ยังเตือนว่าถ้าปล่อยไว้จะเป็นอนาธิปไตย ควบคุมไม่ได้ แล้ววันนี้ก็เกิดขึ้นจริงๆ หลังจากนี้หากปล่อยให้เกิดการปะทะกัน หรือใช้การปราบปรามอย่างรุนแรง จะเกิดกลียุคแน่นอน