กรณีที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในบางพื้นที่ ขึ้นป้ายข้อความแบ่งแยกประเทศ โดยอ้างว่าไม่ได้รับความยุติธรรม
ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่มีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล กับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) รวมทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ คนเสื้อแดง จนขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้เคลื่อนไหวดังกล่าว
จากหลักฐานที่ปรากฏของความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การกล่าวหาหรือโจมตีทางการเมืองเท่านั้น ซึ่งปรากฏว่าขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ออกมาปฏิเสธถึงเป้าหมายที่แท้จริงว่าไม่มีแนวคิดของการแบ่งแยกดินแดน เป็นเพียงการแสดงออกของกลุ่มคนที่สนับสนุนและไม่พอใจต่อสังคมบางประการเท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นเพียงการแสดงออกที่เกินเลยไปบ้างตามอารมณ์ความรู้สึกของมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล เพราะเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าความเคลื่อนไหวการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเทศล้านนา จะมีจริงหรือไม่ แต่กรณีนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่อ่อนไหวอย่างมาก ดังนั้น ผู้ที่ออกมาชูแนวคิดดังกล่าวหรือออกมาพูดในที่สาธารณะ จึงต้องระมัดระวังให้มาก เพราะอย่าลืมว่าภาพความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ได้แบ่งกลุ่มผู้สนับสนุนขั้วการเมืองเป็นภูมิภาคอย่างชัดแจ้ง ซึ่งการเคลื่อนไหวเรียกร้องการแบ่งแยกพื้นที่ จึงอาจกลายเป็นประเด็นปัญหา ที่นำมาใช้เพื่อยกระดับความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต
สิ่งที่น่ากังวลมากยิ่งขึ้น ก็คือ ขณะนี้กลุ่ม กปปส. ได้หยิบยกประเด็นความเป็นชาติและรักชาติ มาใช้ในการเคลื่อนไหว และได้รับการสนองตอบจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยลักษณะของชาติ คือ มีดินแดนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งชูแนวคิดการแบ่งแยกประเทศอย่างชัดเจน ก็ยิ่งทำให้เงื่อนไขความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนต่างๆ ในสังคมขยายออกมากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนต่างความเห็นทางการเมือง เริ่มขยายวงไปสู่ประเด็นใหม่และใหญ่กว่าเดิม ที่เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม เฉพาะบุคคล
ดังนั้น ความพยายามที่จะชูประเด็นเรื่องแบ่งแยกประเทศ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งของกลุ่มทางการเมือง ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด และมีเป้าหมายอะไร อาจทำให้สถานการณ์อาจบานปลายมากยิ่งขึ้น เพราะหากว่าดูตัวอย่างจากหลายประเทศ หรือแม้แต่กรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะเห็นว่าประเด็นดังกล่าว นำไปสู่เหตุการณ์อะไร ซึ่งนักการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่ควรนำประเด็นนี้มาเคลื่อนไหว โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เพราะหากว่าเกิดปัญหาขึ้นจะเป็นเรื่องที่แก้ไขกันได้ยากมาก
เราเห็นว่า ขณะนี้ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย กำลังเพิ่มประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมือง เช่น กรณีการแบ่งแยกดินแดน หรือ การสร้างเงื่อนไขความรุนแรงตามสถานที่ต่างๆ โดยยังไม่สามารถจับกุมผู้ลงมือกระทำได้ว่าเป็นใคร ดังนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือ มีการเพิ่มเงื่อนไขเช่นนี้เข้าไปในสถานการณ์ความขัดแย้งทุกวัน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว อาจเกิดความเกลียดชังระหว่างคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน จนนำไปสู่ภาวะของสังคมที่นิยมความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาระหว่างกัน






