บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ของโลก ต้องหันมาสร้างผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตในวันนี้ เพื่อรองรับ IoT
นวัตกรรมที่เรียกว่า "Internet of Things (IoT)" เป็นเรื่องที่วัตถุ หรือสรรพสิ่งสามารถสื่อสารข้อมูลถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ต (D2D) โดยวัตถุชิ้นหนึ่งสามารถส่งข้อมูลไปยังวัตถุอีกชิ้นหนึ่งเพื่อประสานการทำงานที่เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ จนได้มีการประเมินโอกาสทางอุตสาหกรรมของนวัตกรรมนี้ไว้หลายมุมต่างกัน
บริษัทซิสโกได้ประเมินว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งจากรายได้ และการประหยัดรายจ่ายอาจสูงถึง 4.6 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่บริษัทแมคคินซีย์ ก็ได้ประเมินมูลค่าของแอพพลิเคชั่นจากนวัตกรรมนี้ไว้ถึง 14 ถึง 33 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2568 ตัวเลขดังกล่าวคงทำให้ธุรกิจต้องหันมาใส่ใจ
จูนิเพอร์ รีเสิร์ช ได้ประเมินมูลค่าของอุตสาหกรรมที่นำนวัตกรรม IoT มาใช้กับที่พักอาศัย หรือที่เรียกว่าสมาร์ทโฮมไว้ว่า จะเติบโตขึ้นสูงถึง 71,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2561 โดยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฮม ไล่ตั้งแต่ตู้เย็น เและเครื่องทำความร้อน ไปจนถึงเครื่องตรวจจับควันไฟ
ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงเป็นข้อดีที่ทำให้ไม่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งสามารถชี้ขาดความเป็นไปของอุตสาหกรรมได้
ความยิ่งใหญ่รายรอบตัว
หากลองคิดดูว่าไฟบนท้องถนนทั้งหมดในโลกนี้เชื่อมต่อถึงกันเป็นเครือข่ายที่สามารถสื่อสารกับเราได้ แถมยังสามารถอ่านค่าอุณหภูมิความชื้น กระแสลม ตรวจวัดแผ่นดินไหว ตลอดจนบันทึกภาพวีดิโอและกระจายเสียง ประโยชน์และมูลค่าที่เกิดขึ้นจากระบบดังกล่าวคงยากที่จะประมาณ
นวัตกรรมเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น และอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและพัฒนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถบังคับการเปิดปิดของไฟในท้องถนนตามจุดต่างๆ ในโลกผ่านแอพพลิเคชั่น อ่านค่าอุณหภูมิ และความชื้นในระดับตำบล หรือแม้กระทั่งตรวจดูจราจรในถนนท้องถิ่นได้ อันจะทำให้เรามีสถานีตรวจวัดในระดับท้องถิ่น หรือท้องถนนนั่นเอง
นวัตกรรมเหล่านี้ได้ผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ของโลกต้องหันมาสร้างผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตในวันนี้เพื่อรองรับ IoT
บริษัทซิสโกได้กล่าวถึง 9 สิ่งที่ขับเคลื่อน IoT อันได้แก่
(1) IPv6 ซึ่งช่วยเพิ่ม IP Address ให้กับอุปกรณ์ได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 7.9?1028 เท่า
(2) ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง
(3) การทำงานร่วมกันมากขึ้นของผู้คนผ่านระบบเทคโนโลยี
(4) แอพจำนวนมากมายที่มีอยู่และที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกมาก
(5) นักพัฒนาที่กำลังสร้างแอพพลิเคชั่นในระดับเน็ตเวิร์ค
(6) Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูล
(7) ประสิทธิภาพที่สูงมากขึ้นของไฮสปีดเน็ตเวิร์คกับค่าใช้จ่ายที่ลดลง
(8) ผู้คนที่ชื่นชอบกับดิจิตัลไลฟ์สไตล์
(9) นาโนเทคโนโลยี
IoT คงไม่ได้ใช้เฉพาะกับสิ่งของเท่านั้นแต่สำหรับผู้คนแล้ว IoT จะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็วแม้จะอยู่ห่างไกลออกไปผ่านอุปกรณ์ติดตามตัวและการรักษาพยาบาลสมัยใหม่
นอกจากนั้นการปศุสัตว์ก็ได้เริ่มทดสอบการติดตั้ง UHF RFID ในตัวโค เพื่อใช้ติดตามที่อยู่ของโคและตรวจสุขภาพบางประการของโคอีกด้วย
ไมโครซอฟท์ก้าวให้ทัน IoT
หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวซีอีโอคนใหม่ "นายสัตยา นาเดลลา" ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็มีข่าวว่ายักษ์ใหญ่ด้านซอฟท์แวร์รายนี้ ได้จัดเตรียมทีมผู้พัฒนาโปรแกรม และผลิตภัณฑ์เพื่อขยายงานด้าน Internet of Things เช่นกัน
นักวิเคราะห์เชื่อว่าทีมงานผู้พัฒนาของไมโครซอฟท์ กำลังพุ่งเป้าไปในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และซอฟท์แวร์เพื่อใช้สำหรับในอุตสาหกรรม ในอุปกรณ์สวมพกพา (Wearable) ในรถยนต์ รวมถึงในเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งนวัตกรรมใหม่ที่จะถูกพัฒนาขึ้นอาจช่วยให้ไมโครซอฟท์กลับขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอีกครั้งหนึ่ง
ไม่ใช่แต่เพียงอุตสาหกรรมผู้ผลิตอุปกรณ์ไซไฟเหล่านี้เท่านั้น ที่จะมีโอกาสขยายธุรกิจเพื่อรองรับนวัตกรรม IoT แต่สำหรับผู้คนทั่วไปแล้ว ดิจิทัลและการสื่อสารที่สะดวกและเรียบง่ายจะเปิดโอกาสให้กับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่สะดวกและปลอดภัยได้อย่างแน่นอน ดังนั้นอุตสาหกรรมและธุรกิจควรเข้าใจ ติดตามและนำนวัตกรรม IoT มาปรับใช้เช่นกัน






