ความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ล้วนแต่บั่นทอนความสามารถของเราลงไปทั้งนั้น
ความขัดแย้งที่คงอยู่อย่างยืดเยื้อลดทอนความตั้งใจในการทำงานลงมากกว่าความขัดแย้งรุนแรงที่จบลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งนานวันที่อยู่กับความขัดแย้ง ความสามารถจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงจากความสิ้นหวังที่จะได้เห็นอนาคตที่รุ่งโรจน์ คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้ง แต่ต้องแบกรับสารพัดทุกข์ที่คู่ขัดแย้งสร้างขึ้น จะเป็นกลุ่มแรกที่หมดหวังกับอนาคต เมื่อหวังอนาคตที่ดีกว่าไม่ได้ หวังได้แต่อย่าให้ย่ำแย่ลง แถมแต่ละวันยังถูกซ้ำเดิมด้วยข่าวคราวย่ำแย่นานาประการ ที่เป็นจริงบ้าง เป็นแค่ความคิดสุดขั้วของบางคนบ้าง เป็นการป่าวประกาศชวนเชื่อของแต่ละฝ่ายที่มุ่งมั่นจะให้ร้ายกับอีกฝ่ายหนึ่งบ้าง จนรอบตัวดูเหมือนแทบจะไม่มีอะไรที่ดีหลงเหลืออยู่เลย
การงานที่ทำก็ยากเย็นขึ้นจากอุปสรรคสารพัดอย่างที่คู่กรณีและกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายต่างสร้างขึ้นเพื่อสกัดอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถ้ามองรอบตัวด้วยสายตาของความสิ้นหวังเช่นนี้ เราจะเห็นเพียงความมืดมนที่ยาวไกล ใครก็ไม่มีใจจะทุ่มเททำงานกันทั้งนั้น
แม้ว่าความจริงท่ามกลางความขัดแย้งยืดเยื้อนั้นหาได้ไม่ง่ายในระดับมหภาค แต่ความจริงในระดับจุลภาคใกล้ตัวเรานั้น หาได้ง่ายกว่าเยอะ มองกระทรวงอาจไม่เห็น แต่มอง อบจ. เห็นชัดแน่ๆ เมื่ออยู่กับวิกฤติจากความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อของแต่ละฝ่ายต้องขยันมองใกล้ตัวกันให้มากขึ้น อะไรใกล้ตัวที่ไม่ค่อยได้มอง ไม่ค่อยได้คิดกันในยามปกติที่ทำมาหากินกันจนแทบไม่มีเวลาจะคิดทบทวนอะไรได้นั้น วันนี้เป็นโอกาสที่จะคิดทบทวนสิ่งใกล้ตัวเหล่านั้น มองงานบ้าง มองลูกหลานบ้าง มองเพื่อนฝูงบ้าง แต่อย่ามองไปไกลมากนัก อย่าทำตัวเป็นมดแบกช้างในยามนี้ มดทำอะไรได้แค่ไหนก็มองแค่นั้น มดในบ้านไม่สนใจว่าห้างสรรพสินค้าจะมีของให้กินมากขึ้นหรือน้อยลง ห้างจะเจ๊งหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องใหญ่อยู่ใกล้ตัวคือใกล้ๆ บ้านมีอะไรให้กินบ้าง มีมุมไหนบ้างที่ยังไม่ได้ไปหากินอีก
ทำงานยามวิกฤติยืดเยื้อนั้น ให้มองจุลภาคมากกว่ามหภาค อย่าหมดเรี่ยวแรงไปกับเรื่องราวย่ำแย่ในระดับมหภาค แต่ให้ขยันสร้างกำลังใจจากการมองดูโอกาสและความสำเร็จที่อยู่ใกล้ตัว ใครจะบอกว่าที่ไหนจะล้มเหลวอย่างไร ก็ปล่อยวางกันไปบ้าง ฟังเรื่องไร้อนาคตในระดับมหภาคพอเป็นพิธี แค่ไม่เป็นที่ขัดเคืองของคนรอบตัวที่อินไปกับความขัดแย้งนั้น โดยตระหนักถึงความจริงของธรรมชาติไว้อย่างหนึ่งว่าในทะเลทรายยังมีโอเอซิสมหภาคที่ทะเลทรายมีแต่ย่ำแย่ แต่จุลภาคยังมีความอุดมสมบูรณ์ สำคัญที่สุดคือเราจะขับเคลื่อนการงานของเราให้กลายเป็นโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายได้อย่างไรต่างหาก ซึ่งตอบได้ง่ายๆ ว่าขยันกับเรื่องใกล้ตัวให้มากขึ้นไว้ก่อน พร้อมกับลดละเรื่องไกลตัวไว้มากกว่าแต่ก่อนตอนที่ทุกอย่างยังเป็นปกติ วันหน้าที่เราได้โอเอซิสแล้วค่อยว่ากันใหม่เรื่องน้ำชลประทานกลางทะเลทราย
ถ้ายังเชื่อว่าสรรพสิ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไปมา เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็แย่ วงจรดีแย่นั้นบอกไม่ได้ว่ายาวนานแค่ไหน แต่วันหนึ่งวันของเราก็จะกลับมา ดังนั้น ที่ต้องขยันอีกอย่างหนึ่งคือขยันย้อนมามองจุดอ่อนและโอกาสที่จะหลุดลอยหายไป หากเราขาดความสามารถอะไรไปบ้าง เมื่อมองเห็นจุดอ่อนแล้วก็ใช้ช่วงเวลาที่ย่ำแย่นี่แหละ ช่วยกันปัดเป่าจุดอ่อนให้เราพร้อมที่จะผงาดขึ้นมาใหม่อย่างเข้มแข็งเกินกว่าที่คนอื่นจะคาดคิดในวันที่วันของเรากลับคืนมา อย่าโยงจุลภาคเข้ากับมหภาค มองแค่ อบจ. กันก่อน ยังมีอะไรที่เป็นโอกาสอีกเยอะ อย่ามองไปถึงระดับกระทรวง ระดับโลก มากนักในวันนี้ที่ภาพใหญ่เต็มไปด้วยวิกฤติ
การสร้างเสริมความสามารถเพิ่มเติมในระหว่างวิกฤติขัดแย้งเช่นนี้ ผู้นำต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง ถ้าผู้นำออกท่าออกทางหมดแรงกายแรงใจ ใครจะไปอยากสร้างความสามารถอะไรมาเพิ่มเติม ผู้นำในยามนี้ต้องขยันชี้ทางแห่งความสำเร็จที่จะตามมาในวันที่วันของเรากลับคืนมา กำลังใจในการทุ่มเทพัฒนาตนเองให้ก้าวไกลไปในระหว่างที่ต้องอยู่กับวิกฤติจากความขัดแย้งนั้นจำเป็นมาก ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในระดับจุลภาคที่จะมาในวันที่วันของเรากลับคืนมาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้ ย่อมอยู่ที่ตัวผู้นำเท่านั้น ถ้าอยากพร้อมสำหรับโอกาสในวันหน้า ผู้นำต้องไม่จุกจิกกับเรื่องเล็กเรื่องน้อยในกิจการที่กระทำอยู่มากเกินจำเป็นในยามนี้ ภาพใหญ่ให้มองจุลภาค แต่ภาพเล็กให้มองมหภาคไว้ก่อน เพราะอยู่กับวิกฤติจากความขัดแย้งนาน ๆ อะไรต่อมิอะไรที่คนที่พิพาทกันได้กระทำไว้นั้นจะซึมลงมาในระดับคนทำงานอย่างเราอย่างท่านด้วย มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ภูมิต้านทานทางจิตใจและนิสัยของแต่ละคน คนทะเลาะกันนั้นไม่มีใครคำนึงถึงกฎกติกา ถ้าต่างฝ่ายต่างเคารพกฎกติกา การวิวาทจะไม่เกิดขึ้น
ดังนั้น ทำงานกันท่ามกลางวิกฤติความขัดแย้งยาวนาน การละเลยกฎกติกายิ่งนานวัน ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าใส่ใจที่จะจัดการกับการละเมิดกฎกติกามากเกินไป โอกาสที่งานจะเดินหน้าไม่ได้มีเยอะกว่าที่จะยอมมองข้ามกันไปบ้าง เว้นแต่เฉพาะที่จะเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำตามกันแล้วองค์กรจะย่ำแย่ก็ต้องจัดการกันอย่างจริงจังไม่ให้เป็นตัวอย่างเด็ดขาด
วิกฤติบางอย่างเราใช้ความสามารถของเราปัดเป่าให้พ้นไปได้ แต่ก็มีวิกฤติอีกหลายอย่างที่จะอยู่ยืดยาวกับเราไปอีกยาวนาน ถ้าทำอะไรกับวิกฤติไม่ได้ อย่าเสียเวลาท้อถอยกับมหภาค ยิ่งวิกฤติมากเท่าใด ให้ขยันกับจุลภาคมากขึ้นเท่านั้น






