การประท้วงที่ยูเครน ผ่านจุดสำคัญไปเมื่อต้นสัปดาห์ ด้วยการที่รัฐสภาลงมติขับ ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช
และปล่อยตัวศัตรูหมายเลขหนึ่ง อดีตผู้นำคนดัง ยูเลีย ทีโมเชนโก ออกจากคุก ขณะที่ผู้ประท้วงเตรียมปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่
ขณะที่ผมเขียนอยู่ ยังไม่แน่ว่า ยานูโควิช หลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แม้จะประกาศยืนยันว่า “เสียงข้างมากยังสนับสนุนผม” แต่ก็ดูเหมือนว่าหมดสิทธิที่จะกลับเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีแล้ว
ในกรณีนี้ สหรัฐอยู่ข้างฝ่ายประท้วง อ้างว่าเป็นสิทธิการต่อต้านรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าฝ่ายต่อต้านอยู่ข้างสหรัฐและสหภาพยุโรป ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเดิมโอนเอียงด้านรัสเซีย
ประชาชนยูเครนทางซีกตะวันออกส่วนใหญ่ เข้าข้างรัสเซีย เพราะว่าอยู่ใกล้ด้านนั้น ขณะที่ผู้อยู่ทางตะวันตกของประเทศเชียร์สหภาพยุโรป ประเทศจึงแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน
การประท้วงที่เวเนซุเอลา เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเผชิญหน้า ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาล ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาข้าวของแพงและสวัสดิการประชาชนย่ำแย่ อีกทั้งยังไม่ยอมให้มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเสรีเพียงพอ
สหรัฐเอียงข้างผู้ประท้วงอีกเหมือนกัน เพราะว่าประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ซึ่งปกครองประเทศนี้ต่อจากอดีตผู้นำฮูโก ชาเวซ (ที่ประกาศปะฉะดะกับวอชิงตันอย่างดุเดือดเช่นกัน) ยืนอยู่คนละข้างกับอเมริกาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ
การประท้วงที่นั่น เริ่มเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ และกลายเป็นข่าวใหญ่เคียงคู่กับการประท้วงที่ยูเครนและประเทศไทย เพราะว่าเปิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีคนตาย 3 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ท้าให้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ มา “เจรจากันอย่างเปิดเผย” เพราะเชื่อว่ารัฐบาลอเมริกันอยู่เบื้องหลังผู้ประท้วง เพื่อจะโค่นอำนาจของผู้นำปัจจุบัน
สามสัปดาห์เต็มๆ ของการประท้วงที่กรุงการากัส ซึ่งเป็นเมืองหลวงกับเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ ทำให้ผู้นำเวเนซุเอลาเกิดความหวั่นไหวไม่น้อย เพราะว่าน้ำเสียงจากรัฐมนตรีต่างประเทศมะกัน ยอห์น แคร์รี นั้น แสดงให้เห็นว่าวอชิงตันยืนข้างผู้ต้องการให้ประธานาธิบดีมาดูโร ตกกระป๋องอย่างชัดเจน
สหรัฐออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วง ที่รัฐบาลเวเนซุเอลาใช้ตำรวจสลายผู้ชุมนุมที่ดำเนินการอย่างสันติ อีกทั้งยังมีการจับผู้ประท้วงไปติดคุก และสั่งควบคุมการรายงานข่าวของสื่อสารมวลชนทั้งหมด
“นี่ย่อมไม่ใช่วิถีปฏิบัติของรัฐบาลประชาธิปไตย” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ พูดอย่างไม่เกรงอกเกรงใจรัฐบาลเวเนซุเอลา แต่อย่างไร
ฝ่ายประท้วง มีนักศึกษากับฝ่ายค้านร่วมกับประชาชน ที่ต่อต้านประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งเพิ่งจะชนะเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว
ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจมาหลายรอบ ตั้งแต่การชุมนุมเริ่มต้นเมื่อสามสัปดาห์ก่อน มีคนตายแล้วทั้งหมด 9 ราย บาดเจ็บไม่น้อยกว่า 137 ราย และกว่า 100 ราย ถูกจับไปแล้ว
มาดูโร บอกว่าสื่อต่างประเทศ อย่าง CNN อาจจะถูกห้ามทำหน้าที่ในประเทศนั้น เพราะว่ารายงานข่าวไปทำนองปลุกระดมให้เกิดสงครามกลางเมือง
เวเนซุเอลา มีแหล่งน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วว่า มีใช้เพื่อการพาณิชย์ได้สูงสุดในโลก แต่รัฐบาลตั้งแต่ยุคของชาเวซมา ไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้ อีกทั้งอัตราอาชญากรรมก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย
คอร์รัปชัน...กลายเป็นปัญหาใหญ่ในแวดวงรัฐบาลและข้าราชการ จนผู้คนทนไม่ได้
แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมถอย กลับจัดให้มีการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล มาเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้าน ทำให้บรรยากาศทางการเมืองตึงเครียดหนักขึ้น อาจจะเกิดการปะทะกันระหว่างมวลชนสองฝ่ายขึ้นได้
เห็นไหมว่า การประท้วงของ ยูเครน เวเนซุเอลา และ ของไทย มีอะไรละม้ายคล้ายกันหลายด้าน
คอร์รัปชัน การสลายม็อบ บ้านเมืองแตกเป็นฝักเป็นฝ่าย ผู้ชุมนุมสองฝั่งพร้อมจะปะทะกัน และ สหรัฐ เลือกจะยืนข้างที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตน ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของ “ประชาธิปไตย” จริงๆ ...แต่อย่างไร!






