ยังคงเกาะติดการแก้ปัญหาในโครงการ "รับจำนำข้าว" อย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการประชานิยมสุดโต่งของรัฐบาล
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โครงการนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คัดค้าน เห็นต่างตั้งแต่ยังไม่เริ่มโครงการ จนกระทั่งปัญหาระเบิดปลายทาง ชาวนาจำนวนไม่น้อย ออกมาเดินขบวน ปักหลักเรียกร้องเพราะยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวตาม โครงการที่อวดอ้างว่าจะทำให้"ชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก" พอเอาเข้าจริง "ชาวนาก็ได้ลืมตาอ้าปากจริง แต่อ้าปากค้าง เพราะกลายเป็นขายข้าวแล้วไม่ได้เงิน!"... ซ้ำร้ายยังติดหนี้สิน ไม่มีแม้เงินจะมาต่อทุนการผลิตรอบต่อไป
ความเห็นส่วนตัวต่อโครงการนี้ ขออนุญาตใช้ข้อความของ ประธานทีดีอาร์ไอ หรือสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศที่ระบุว่า... "โครงการรับจำนำข้าวมาถึงทางตันแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นล้มละลาย สิ่งที่รัฐต้องทำคือ เทขายข้าวและคายเงินในส่วนทราคอรัปชันออกมา ก็จะช่วยปลดหนี้จากชาวนาได้บางส่วน และที่สำคัญในระยะยาวแล้ว ต้องยกเลิกโครงการจำนำข้าว และกลับไปใช้ระบบเดิม จะช่วยลดกระบวนการคอรัปชันได้ดีกว่า"
"ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า.. เป็นโครงการที่ล้มละลายตั้งแต่เริ่มโครงการ เพราะรัฐบาลรับซื้อแพงแต่กลับขายถูก!!! และย้ำว่า ปัญหามันอยู่ที่... แม้รัฐบาลจะนำข้าวบางส่วนไปขายเพื่อสร้างรายได้ แต่มักจะมีปัญหาขาดทุนตลอด เชื่อว่าจุดที่รัฐบาลรับซื้อกับจุดที่รัฐบาลขายข้าว นี่แหละเป็นจุดที่มีทุจริตคอรัปชันมากที่สุด ได้เงินมาน้อยกว่าที่ควรเป็น!
เมื่อย้อนกลับไปดูโครงการนี้ตั้งแต่เริ่ม รัฐบาลมีภาระที่ต้องจ่ายเงินให้ชาวนาถึง 124,000 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงนี้ รัฐบาลจะขายข้าวได้เพียง 10,000-15,000 ล้านบาท หมายถึง รัฐบาลยังขาดเงินที่จะมาจ่ายชาวนาอีกนับแสนล้านบาท จึงเตรียมหาเงินจากแหล่งต่างๆ มาหมุนเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง จนกระทั่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) มาขอกู้เงินธ.ออมสิน แบบอินเตอร์แบงก์ซึ่งเป็นรูปแบบการกู้เงินระยะสั้น 1-2 วัน เปิดวงเงินไว้ 2 หมื่นล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นขอกู้ระยะยาว 9 เดือน
"สัญญาณทุจริต ส่งกลิ่นมาอีกระลอกหรือไม่..." เป็นคำถามตามมาทันที ไม่เพียงคนออมสินเท่านั้นที่ลุกฮือขึ้นมาต้าน การกู้เงินรอบนี้ซึ่งโอนเงินกู้ก้อนแรกกันไปแล้ว 5,000 ล้านบาท ประชาชนทั่วไปก็พากันตกอกตกใจวิ่งโร่ถอนเงินจากธ.ออมสิน ราวน้ำป่าทะลัก วันแรกถอนไป 3 หมื่นล้านบาท วันที่สองถอนไปอีก 4 หมื่นล้านบาท และวันที่สามถอนอีก 2.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีเงินไหลเข้ามาฝากเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่ก็ไม่ได้ถึงครึ่งของจำนวนเงินที่ไหลออก ทำเอาธ.ออมสินย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมา เพราะเงินไหลออกเกือบแสนล้านบาท เนื่องจากคนกลัวที่จะถูกดูดเงินไปใช้ ในโครงการรับจำนำข้าว ในที่สุดสัญญากู้เงินนี้ก็จบลง เมื่อธ.ก.ส.เองก็บอกว่าไม่รู้จะกู้เงินไปทำอะไร?
จนถึงวันนี้ ชาวนาก็ยังเรียกร้องเงินที่พวกเขาควรได้ ขณะที่ รัฐบาลรักษาการณ์ไม่สามารถทำอะไรได้ ขายข้าวก็ไม่ได้ราคาจ่อสิ้นลมหายใจอยู่รอมร่อ... ไม่รู้ว่าอีกกี่ครัวเรือนจะตกเป็นเหยื่อ "นโยบายสร้างกิเลสวันนี้ แล้วเตรียมพบจุดจบวันหน้า" ก็ได้แต่หวังว่า...ชาวนา ประชาชน และหน่วยงานรัฐ จะได้บทเรียนจากเรื่องนี้ และรู้จักปฏิเสธเส้นทางคอร์รัปชัน ตัดตอนหนทางเลวๆ เหล่านี้ ให้ลดน้อยลงได้บ้างก็ยังดี






