วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เราต้องปกป้องเด็ก ออกนอกพื้นที่ความรุนแรง

กรณีเด็กที่เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยอาวุธสงคราม ต่อการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย และกรณีนี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและการดูแลไม่ให้เด็กเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่มีความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ในขณะนี้

การเข้าร่วมชุมนุมของเด็กในเวทีทางการเมืองนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ทุกเวทีที่มีการชุมนุมทางการเมืองก็มักจะมีเด็กเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมอยู่แล้ว ในบางกรณีอย่างกรณีการสลายการชุมนุมในปี 2553 เราก็เคยพบว่ามีเด็กอยู่แนวการปะทะด้วยอาวุธระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งโดยมากแล้ว เด็กเหล่านี้ที่เข้ามาในพื้นที่การชุมนุมนั้นจะมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่มาด้วย แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ ถือว่าเด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมากในกรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

หากติดตามสถานการณ์ความรุนแรงจนถึงวันนี้ โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 20 ราย บาดเจ็บ 720 ราย และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 32 ราย และหากดูช่วงเวลาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะพบว่าตั้งแต่เริ่มต้นปี 2557 เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงแทบทุกวัน และมีระดับความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง

ยิ่งกว่านั้น หากติดตามอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มทางการเมืองต่างๆ ต่อความสูญเสียของอีกฝ่าย ก็พบว่ามีความน่ากังวลอย่างมาก เพราะแทนที่จะรู้สึกรับผิดชอบต่อความสูญเสียของคนไทยด้วยกัน ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง แต่ปรากฏว่ามีความรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง หากฝ่ายที่สูญเสียเป็นฝ่ายตรงกันข้าม นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นบัดนี้อารมณ์ของผู้มีส่วนร่วมทางการเมือง มีแนวโน้มที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก หากเกิดการปะทะหรือการเผชิญหน้าระหว่างกัน

ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ทุกฝ่ายต้องตระหนักว่านอกจากแนวโน้มจะรุนแรงมากยิ่งแล้ว ต้องมีมาตรการปกป้องชีวิตของผู้คนที่เข้าร่วมการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชราและเด็กที่ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อยในสถานการณ์คับขัน ซึ่งก่อนหน้านี้เรามักจะกล่าวโทษว่าคนสองกลุ่มนี้มักจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาครอบครัว แต่ขณะนี้ก็ปรากฏชัดว่ายังเป็นกลุ่มที่รับผลกระทบ จากความวุ่นวายทางสังคมมากที่สุดเช่นกัน

เราเห็นว่าเราจำเป็นอย่างยิ่งต้องปกป้องคนกลุ่มนี้ในการเข้าร่วมการชุมนุม โดยเฉพาะขณะนี้เป้าหมายความรุนแรงนั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่ได้มีการเลือกเป้าหมายว่าจะทำให้เกิดความเสียหายกับใคร ซึ่งหากเป็นไปได้ เราไม่อยากเห็นภาพเด็กเข้ามาร่วมในพื้นที่ชุมนุมด้วยไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ในขณะเดียวกันเราก็ขอประณามพวกก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย ดังนั้น การปกป้องเด็กเพื่อให้ห่างไกลจากความรุนแรงมีทางเดียวเท่านั้น คือ กันออกนอกพื้นที่ เพราะขณะนี้ผู้ก่อเหตุไม่มีสำนึกใดๆ นอกจากก่อความรุนแรงเพื่อหวังผลในการกระทำ