ปัญหาการจ่ายเงินชาวนา ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จนนำไปสู่การชุมนุม ของชาวนาในหลายจังหวัด
และการเดินทางมาชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพยายามหาทางออก โดยหาวิธีการระดมเงินจากหลายช่องทาง เพื่อหาเงินมาจ่ายให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาล แต่ยังมีคำถามว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งมีข้อจำกัดหลายด้านในการก่อภาระผูกพันให้กับรัฐบาลต่อไป
การชุมนุมของชาวนานับเดือน ที่เกิดขึ้นจากความเดือดร้อนที่ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ได้ทำให้คนจำนวนมากไม่เคยรับรู้มาก่อนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา ได้มีโอกาสเข้าใจมากขึ้นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น อีกทั้งมีหลายครอบครัวเกิดความเครียด จนทำให้เสียชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆ จากความล่าช้าของโครงการรับจำนำข้าว และได้เห็นความเดือดร้อนจากชาวนาตัวจริงเสียงจริง ที่ได้มีโอกาสมาพูดถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่า ชีวิตชาวนาไม่เคยได้รับความสนใจอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้มาก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังหาทางออกไม่ได้ โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มาจากความผิดพลาดของนโยบายรัฐบาลและการบริหารงานของรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมในการแก้ปัญหา เพราะไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล
ขณะที่ รัฐบาลกลับมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากรัฐบาล แต่มาจากความวุ่นวายทางการเมือง อันเนื่องมาจากการชุมนุมเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้เกิดการยุบสภาและทำให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการบริหารโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะเรื่องแผนการกู้เงินมาใช้จ่ายในโครงการ และยังยืนยันว่านโยบายดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อชาวนาโดยตรง และไม่พยายามชี้แจงถึงกระแสโจมตีเรื่องการทุจริตจำนวนมหาศาล
ขณะนี้ ปัญหาของชาวนากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันไปมา และมีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาด้วยกันทั้งสองฝ่าย ยิ่งกว่านั้น นักการเมืองบางคนกล่าวหาชาวนาที่มาเคลื่อนไหวเรียกร้องทวงเงินรัฐบาล ยังถูกกล่าวหาว่ามีเบื้องหลังจากทางการเมือง ซึ่งอาจทำให้ปัญหายิ่งแก้ไขยากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะทำให้ปัญหาที่แท้จริงถูกมองข้ามไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ย่อมมีทางออกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทางออกอย่างสันติหรือจบลงด้วยความรุนแรง แต่สิ่งที่ยังหาทางออกไม่ได้ คือ วิถีชีวิตเกษตรกรไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ไป ซึ่งขณะนี้เกิดความกังวลอย่างมาก ว่าภาคเกษตรกำลังล่มสลายจากนโยบายที่ผิดพลาดของนักการเมือง ที่หวังผลคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจการพัฒนาภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในตลาดโลก
เราเห็นว่า ขณะนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดี เนื่องจากคนในวงกว้างสนใจปัญหาชาวนา แต่สิ่งที่ต้องให้ความสนใจมากกว่า คือ การพัฒนาภาคเกษตรให้ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง หาใช่ด้วยเงินจากรัฐบาลหรือการช่วยเหลือแบบการกุศล ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน หาไม่แล้ว...สังคมไทยในอนาคตก็น่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะว่าสังคมไทยจะมีคนที่ไม่สามารถยืนอยู่ได้หลายล้านครอบครัว






