วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอมให้จับซะดีๆ'ความสุข'

John Lennon เคยบอกว่า “When I was 5 years old, my mother always told me that happiness was the key to life.

When I went to school, they asked me what I wanted to be when I grew up. I wrote down ‘happy’. They told me I didn’t understand the assignment, and I told them they didn’t understand life.”
ตอนเด็กๆ วันๆ ทำอะไรกันบ้างครับ
ผมเองไม่ได้ทำอะไร นอกจากทำแต่เรื่องที่มีความสุข

ผมมีความสุขง่ายมาก ราวกับจะหายใจออกมาเป็นความสุขเลยทีเดียว ตื่นขึ้นมาผมเล่นกับน้องจนโต๊ะกินข้าวเลอะเทอะ ไปโรงเรียนแปลงร่างเป็นกันดั้มเอาไม้บรรทัดฟันกับเพื่อน กลับบ้านผมขี่จักรยานกับแก๊ง เพื่อนบ้านนับสิบ ไม่ก็ทอยตุ๊กตุ่น เตะบอลและจินตนาการไปว่าตัวเองคือไอ้ชูผู้โอหัง โกลสุดเหนียวของอินทรีเหล็กเยอรมันก่อนจะนั่งดูเพชรฆาตความเครียดปิดท้าย

ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยอยากมีความสุข แต่ผมกลับมีความสุขมาก
โตขึ้นมาความสุขกลับไม่มาหาผมเหมือนเคย และถึงขั้นเป็นสิ่งลึกลับในบางครั้งผมออกตามหามันบ่อยขึ้นตามที่ๆ สังคมบอกผมว่าเค้าจะอยู่ที่นั่น คอนโดสุดหรูติดรถไฟฟ้า รถเก๋งรุ่นล่าสุดจากยุโรป สมาร์ทโฟนสุดล้ำกับแฟชั่นอินเทรนด์ หรือแม้แต่นั่งกินไอศกรีมในร้านสุดเก๋

จากที่วิ่งเล่นกลายเป็นผมต้องวิ่งแข่งกับคนอื่นทุกวันผมต้องเร็วกว่า ถ้าผมหยุดพักเมื่อไหร่ ผมจะถูกแซง ไม่ได้โปรโมท เงินเดือนจะไม่ขึ้น ผมจะถูกทิ้ง และจะมีไม่เท่าคนอื่น เจอเพื่อนสมัยเรียนทีไร เอาแต่คุยถึงความสุขในอดีต พอคุยเรื่องปัจจุบันก็หนีไม่พ้นต้องบ่นเรื่องงาน นั่งกินข้าวกับครอบครัว แต่ใจผมลอยไปนั่งอยู่ในห้องประชุม ความกลัวทำให้ผมต้องวิ่งเป็นหนูถีบจักร ต้องหาปัจจัยภายนอกผมถึงจะรู้สึกมั่นคง

จากที่ไม่เคยนึกถึงความสุข ตอนนี้ผมคิดถึงมันเกือบทุกวัน
ความสุขที่เคยวิ่งเข้ามาหาผม มาตอนนี้ผมกลับต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่จับมัน ยิ่งผมสปีดตัวเองเท่าไหร่ มันยิ่งวิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น บางครั้งผมคิดว่าจับมันได้ แต่กลับเป็นความว่างเปล่า ทำให้ผมต้องวิ่งไล่มันใหม่

ในยุคที่คนวิ่งไล่ตามความสุข ท่าน Thich Nhat Hanh บอกว่า “Walk as if you are kissing the Earth with your feet.”

ที่บราซิล แฟนเพลงของ The Brazilian Symphony Orchestra (OSB) ส่วนใหญ่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป หนทางเดียวที่จะต่อลมหายใจให้วงออเคสตร้า วงนี้รวมถึงเพลงคลาสสิคคือ ต้องขยายฐานแฟนเพลงให้สู่คนที่อายุน้อยกว่านี้
ทำให้คนรุ่นใหม่ชอบเพลงคลาสสิค จะเป็นไปได้อย่างไร เค้าโตมากับเพลงป๊อปบอยแบนด์ ร็อคยุค 90 ฮิปฮอป และไม่เคยคิดว่าเพลงคลาสสิคเป็นเพลงของพวกเค้า

แต่จริงๆแล้ว พวกเค้าผูกพันกับเพลงคลาสสิคมานานแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ตัว ไม่เคยเห็นมัน

ทีมงานเลยออกแคมเปญ “Classical behind the classic” โดยถ่ายวีดิโอวง OSB กำลังเล่นเพลงคลาสสิคประกอบภาพยนตร์ชื่อดังที่มีคนรักล้นหลามอย่าง Star Wars, ET, Indiana Jones ตัดต่อประกบกับภาพฉากสำคัญในหนังที่ใช้เพลงเหล่านี้เป็นแบ็คกราวด์ จากนั้นโพสต์ลงยูทูบพร้อมข้อความ “Classical Music. You already like it. You just didn’t notice it. และสามารถดึงกลุ่มคนฟังที่มีอายุน้อยเพิ่มขึ้นถึง 40% ตั๋วคอนเสิร์ตของ OSB ทั้งซีซั่นขายหมดเกลี้ยง

คนบราซิลชอบดนตรีคลาสสิคอยู่แล้ว แต่เค้าไม่เคยรู้ตัว
แล้วเราล่ะ กำลังมีความสุขโดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า

ในสังคมบริโภคนิยม นิยามของความสุข คือความมั่งคั่งทางด้านวัตถุมนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกที่ต้องจ่ายงินซื้อความสุข และนั่นทำให้เรากลัวว่าจะมีเงินไม่มากพอที่จะซื้อความสุขที่ทยอยวางขายในตลาดไม่รู้จบ เราเลยต้องอาศัยอยู่ในภาพความสุขที่บริโภคนิยมสร้างไว้ให้ ความกลัวที่จะไม่มีอนาคตทำให้เรามองไม่เห็นความสุขปัจจุบัน

ความสุขที่อยู่ต่อหน้าเรา ในตอนที่กินข้าวกับครอบครัว หรือได้เจอเพื่อนเก่า เพียงแต่เราเอาแต่คิดเรื่องงาน
ความสุขที่ปลิวมากระแทกหน้า ตอนที่เราอยู่ริมทะเลเพียง แต่เราวุ่นกับถ่ายอินสตาแกรม เล่นเฟซบุ๊ค
ความสุขที่นั่งข้างๆเรา ตอนที่เราทำงานสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและคนอื่น เพียงแต่เราเอาแต่คิดแข่งขัน
ความสุขที่มาพร้อมกับเรื่องใหม่ๆในชีวิต เพียงแต่เรากังวลกับการเปลี่ยนแปลง
ความต้องการที่จะมีความสุข ทำให้เราทิ้งความสุขที่อยู่ตรงหน้า เพื่อแลกกับเงินและวิ่งไล่หาความสุขไม่รู้จบ

บนถนนแห่งการแข่งขันที่ต้องวิ่งเร็วเป็นเส้นตรงเพื่อเงิน หากเราจะหยุดและเดินช้าๆ ให้เห็นความสุขปัจจุบันที่เราไม่เคยสนใจมัน เหมือนท่าน Thich Nhat Hanh แนะนำ บางทีความสุขจะกลับมาอยู่กับเราทุกลมหายใจ และถนนชีวิตของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความสุขที่แท้จริงไม่เคยวิ่งหนีเรา

และการหยุดคือการก้าวไปอีกขั้นของมนุษยชาติครับ