วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ห่วงชุมนุมยีดเยื้อ กระทบ"เลิกจ้าง"

ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อ หลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากนี้อาจจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

โดยเฉพาะสถานประกอบการบางกลุ่ม ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบทำให้รายได้ลดลง จนส่งผลต่อภาวะการจ้างงานเฉพาะหน้าตามมา แม้ว่าตัวเลขการเลิกจ้างกระทรวงแรงงานระบุว่ายังไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าตัวเลขเลิกจ้างในระยะสั้นจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่

ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ยังต้องจับตาความเคลื่อนไวหลังจากนี้ เพราะเมื่อไหร่ที่ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงถึงจุดต่ำสุด ซึ่งหมายถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว อัตราการเลิกจ้างจะเพิ่มสูงขึ้น หรือหากมองแบบโลกสวย บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจจะไม่เกิดการเลิกจ้าง แต่ตัวเลขการจ้างงานใหม่ไม่เพิ่มขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก

แม้ข้อห่วงใยเหล่านี้จะยังไม่เกิดวันนี้ ทว่ากระทรวงแรงงานคงต้องเตรียมหามาตรการรองรับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเยียวยาลูกจ้าง การหาตำแหน่งงานว่างเพื่อรองรับ ตลอดจนการรับมือกับม็อบแรงงานที่เดือดร้อนจากการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะออกมาเรียกร้องกันมากขึ้น การเตรียมทีมเจรจาข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง จำเป็นต้องมีความพร้อมเพื่อที่จะเจอศึกหนักหลังจากนี้

โดยเฉพาะกรณีล่าสุดสะท้อนให้เห็นสัญญาณไม่ดีของสถานการณ์แรงงาน จากเหตุการณ์เมื่อวันที่18 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงแรงงาน ได้มีกลุ่มลูกจ้างจากบริษัท สยามโภชนากร จำกัด จ.สมุทรปราการ กว่า 300 คน ปีนรั้วเข้ามาปักหลักชุมนุมในพื้นที่กระทรวงฯ เพื่อรอการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับนายจ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้นัดเจรจาหาข้อยุติ ตามเวลานัดหมาย หลังนายจ้างปิดงานมานานกว่า 52 วัน

โดยนายสุวิทย์ สุมาลา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บอกว่าข้อพิพาทแรงงานของสยามโภชนากร จากเรื่องเงินโบนัสที่ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องจำนวน 6 วัน ขณะนี้สามารถหาข้อยุติได้คือนายจ้างยอมจ่ายเงินโบนัสให้จำนวน 3 วัน แต่ติดเรื่องรับกลับเข้าทำงานของลูกจ้างทั้งหมด 300 คน เนื่องจากนายจ้างยังไม่รับกลับเข้าทันที แต่จะทยอยรับกลับระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม เนื่องจากนายจ้างอ้างว่าไม่มียอดคำสั่งซื้อ

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานจะพยายามเจรจาหาข้อยุติให้ได้โดยเร็ว แต่ก็เกรงว่านายจ้างจะไม่ยอมมาเจรจา เพราะมีผู้ชุมนุมมากดดัน แต่จะใช้มาตรการเจรจาให้ถี่ขึ้น เพื่อให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานโดยเร็ว

ขณะที่บรรยากาศภายในกระทรวงแรงงานยังคงเปิดทำการตามปกติ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ หลังจากเหตุการณ์ม็อบกปปส.ปิดล้อมไปก่อนหน้านี้ และเพิ่งเปิดบริการประชาชนเพียงไม่กี่วัน

หวังว่าเคสนี้จะจบลงได้เร็ว เพราะสถานการณ์แบบนี้หากปล่อยให้ยืดเยื้อคงไม่ส่งผลดีกับทุกฝ่าย ทั้งนายจ้าง ลูกจ้างและกระทรวงแรงงาน