ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้ว่าจะดึงประเทศไปสู่วิกฤติที่ร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
แต่การพูดคุยกันถึงทางออกของประเทศกลับตีบตัน เพราะไม่ว่าใครเสนออะไรขึ้นมาก็ไม่ได้ถูกนำไปถกเถียงอย่างแท้จริง ข้อเสนอต่างๆ จะถูกเหมาไปว่าเป็นทางเลือกของ “ประชาธิปไตย” หรือทางเลือกของ “อำมาตย์ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย” ไปเสียก่อนที่จะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน
ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ต้องรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ให้มั่น แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายทุกคนคิดกันในเรื่องนี้ให้ชัดเจนนะครับว่าเรากำลังต้องการรักษาระบอบไม่ใช่ตัวบุคคล ผมจึงขอเสนอว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ควรลาออกจากการรักษาการ ด้วยเหตุผลที่ว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่มี "ความสามารถ" ในการบริหารประเทศและบริหารการเมือง และควรจะมี "หริโอตตัปปะทางการเมือง"
ผมติดตามข่าวการบริหารประเทศของคุณยิ่งลักษณ์มาตลอดสองปี ไม่พบว่าเธอได้ทำอะไรที่ทำให้เห็นเป้าหมายทางการเมืองเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยหรือความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนแต่อย่างไร มีผู้คนเตือนผลเสียของ นโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ด เมื่อโครงการจัดการน้ำเกิดขึ้น ประชาชนทุกพื้นที่เดือนร้อนและโวยวายขึ้นมา เธอก็ “ฟังแต่ (แกล้ง) ไม่ได้ยิน” การบริหารประเทศของเธอกลายเป็นการให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงทำงานไป โดยที่ไม่เห็นภาพรวม เพราะเธอจะ “ลอยตัว” ว่าเป็นเรื่องของกระทรวงนั่นกระทรวงนี้ไปทุกครั้ง
การบริหารประเทศโดยการแบ่งส่วนงานเป็นเรื่องปรกติ แต่นายกรัฐมนตรีต้องมองภาพรวมให้ได้รวมทั้งผลักดันภาพรวมที่ควรจะทำร่วมกันไป เพราะนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทั้งหมด ที่รุนแรงและเป็นประเด็นปะทุความไม่พอใจก็คือการไม่รับผิดชอบในเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเธอก็ปัดความรับผิดชอบไปให้เป็นเรื่องของสภาไป
ในส่วนการบริหารระบบราชการที่เป็นแขนขาของการทำงาน ข่าวการวิ่งไปหาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณของข้าราชการระดับสูงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และก็ทำให้ทุกอย่างสามารถ “ข้ามหัว” คุณยิ่งลักษณ์ได้ เป็นข่าวเรื่องจริงมากกว่าไม่จริง ซึ่งยิ่งทำให้การบริหารประเทศกลายเป็น “ส่วนแตกย่อย” (Fragmented) มากขึ้น
การบริหารประเทศไม่ใช่การแบ่ง “เค้ก” กันกิน ใครกินรวบ กินแบ่งก็จัดการกันเอง โดยที่คนนั่งหัวโต๊ะนั่งมองเฉยๆ ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้
การบริหารการเมืองยิ่งหนักหนาสาหัส คุณยิ่งลักษณ์ไม่สามารถที่จะระดมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของตนเองได้ นักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่มีฐานเสียงของตนเองในพื้นที่จะไม่แสดงตัวออกมาปกป้องนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะพวกเขารอดูอยู่ห่างๆ หากคุณยิ่งลักษณ์เพี้ยงพล้ำ มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พวกเขาก็จะกลับลำได้ทัน คนที่หนุนช่วยคุณยิ่งลักษณ์ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่อนาคตฝากไว้กับคุณยิ่งลักษณ์และทักษิณเท่านั้น หรือคนที่ไม่มีฐานเสียงของตนเองต้องเกาะฐานเสียงของพรรคในพื้นที่ มิหนำซ้ำ ในช่วงที่ผ่านมา การเกาะกลุ่มของปีกคุณยิ่งลักษณ์ยิ่งทำให้คนส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทยรู้สึกว่าไม่สามารถเจาะเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือได้ (ลองถามแกนนำคนสำคัญที่ไม่เห็นบทบาทในช่วงนี้ดูซิครับ ทุกคนส่ายหัวกับปีกไร้เดียงสาของคุณยิ่งลักษณ์กันทั้งนั้น รุ่นพี่ผมบางคนถึงกับบอกศาลา)
ความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเรื่องปรกติ แต่ไม่ใช่ของการยืนระยะห่างและคอยดูอย่างเดียวแบบนี้
การบริหารการเมืองที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงก็เกิดขึ้นหลังความขัดแย้งกรณี พ.ร.บ. นิรโทษกรรม การยุบสภาที่เชื่องช้า การตั้งธงการปฏิรูปแบบกลวงโบ๋ การไม่แสวงหาแนวทางในการลดจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุม กปปส. กล่าวได้ว่าหมากทางการเมืองที่คุณยิ่งลักษณ์และปีกของตนพยายามจะเดินนั้น หากไม่ช้าเกินไปก็เป็นหมากที่ไม่รู้จะเดินไปทำไม (ผมรู้สึกว่าเหมือนคน “ตีโง่” เสียทุกตาในวงไพ่รัมมี่)
"หิริโอตตัปปะทางการเมือง" ควรจะเป็นหลักการที่สำคัญที่จะทำให้รักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้ ผมเชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์ก็รู้ว่าตนเองมีปัญหาในการบริหารประเทศและบริหาร ตามข่าวที่ลือกันว่าเธอบ่นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าไม่มีใครออกมาช่วยเหลือเธอเลย ปล่อยเธอโดนหนักอยู่คนเดียว หรือ ในการขอประชุมร่วม/พูดคุยกันเป็นการเฉพาะกับนักวิชาการกลุ่มหนึ่งก็แสดงการขอความเห็นใจและความช่วยเหลืออย่างมากในการแก้ไขปัญหาการเมือง การรับรู้ว่าตนเองทำงานบริหารแล้วมีปัญหาก็ควรจะต้องนึกถึงความรับผิดชอบบ้าง แต่น่าแปลก เธอพยายามโยนปัญหาไปให้พ้นตัวเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีนโยบายจำนำข้าว
ถึงวันนี้ ผมคิดว่าคุณยิ่งลักษณ์ “ช้ำ” เกินกว่าที่จะมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง เพราะนอกจากคนจำนวนหนึ่งไม่เอาแล้ว ในพรรคเพื่อไทยก็คงจะมองออกว่าการที่พรรคจะเป็นรัฐบาลต่อไปก็ต้องเปลี่ยนส่วนหัวนี้ ทักษิณเองก็คงจะตระหนักแล้วว่าหากให้น้องสาวตนเองนั่งต่อ โอกาสที่ตนเองหวัง (กลับบ้าน/เอาเงินคืน/อำนาจกลับคืน ฯลฯ ก็จะดับลงทันที)
ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา คุณยิ่งลักษณ์น่าจะเลือกทางออกให้แก่ตนเองที่สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วนะครับ หากปล่อยสถานการณ์เดินไปเรื่อยๆ อย่างนี้ ไม่เป็นผลดีอะไรกับชีวิตคุณยิ่งลักษณ์เลยแม้แต่น้อย อย่ารอให้พี่ชายถีบหัวเรือส่ง หรือสมาชิกในพรรครวมหัวกันปฏิเสธ เพราะมันจะเจ็บช้ำเกินไปครับ
การลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการไม่ใช่เรื่องการทำลาย “ประชาธิปไตย” นะครับ แต่กลับเป็นการรักษาประชาธิปไตยให้ก้าวหน้าขึ้น เพราะเป็นการสร้าง "หิริโอตตัปปะทางการเมือง" ของระบอบประชาธิปไตย ความพยายามจะรักษา “คุณยิ่งลักษณ์” ด้วยการบอกว่าเป็นการรักษาประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องการกล่าวโดยปราศจากฐานการคิดเพื่อประชาธิปไตย และที่สำคัญอย่าอ้างว่าลาออกไปได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญนะครับ มันตลกเกินไป (ฮา)
หากคุณยิ่งลักษณ์ลาออกแล้ว ก็เลือกเอาสมาชิกพรรคเพื่อไทยลำดับต่อไปหรือคนที่เหมาะสมขึ้นมารักษาการแทน หาก กปปส. ไม่ยอมยุติ พวกเขาก็จะพบเองว่ามวลชนหดหายแน่ๆ เพราะความชอบธรรมของการชุมนุมหมดไป หากไม่หยุด หรือไม่เช่นนั้น ก็เลือกเอาคนที่พอเชื่อมกันได้จากพรรครัฐบาลอื่นๆ มานั่งตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีเสีย ก็จะทำให้แรงเสียดทานลงไปมากมาย จนสามารถจัดการให้ม็อบเหลือคนสักร้อยคนได้อย่างไม่ยากครับ
ที่สำคัญ อย่าไปกังวลหรือรู้สึกไปว่าหากลาออกแล้วเท่ากับยอมรับการกดดันจากม็อบ กปปส. เพราะม็อบอย่าง กปปส. ก็จะได้เรียนรู้ (ผมไม่รวมแกนนำนะครับ) ว่าหนทางประชาธิปไตยนั้นต้องช่วยกันสร้างและรักษาครับ ผมเชื่อว่ากลุ่ม respect my tax จะหมดความหมายทางสังคมไปในไม่ช้าครับ
ข้อเสนอของผมเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยครับ เพราะไม่คิดว่าการรักษานายกรักษาการคนเดียวจะเป็นการรักษาประชาธิปไตย และอยากจะหาทางออกให้แก่สังคมไทยครับ เพื่อนพ้องน้องพี่ลองถกเถียงกันดูครับ






