การชี้แจงของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล กับกลุ่มชาวนาที่เดินทางไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา
แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลถึงทางตันจริงๆ ในการหาแหล่งเงิน ที่จะนำมาจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวในฤดูผลิตนาปี 2556/57 เพราะเท่าที่ติดตามการชี้แจง ก็จะเห็นว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่นั่งโต๊ะเจรจานั้น แทบไม่ได้ตอบคำถามใดๆ หลังจากถูกถามจากตัวแทนชาวนา ซึ่งเป็นคำถามง่ายๆ ตรงไปตรงมาว่า "จะได้เงินค่าข้าวเมื่อไร" แต่กลับพยายามชี้แจงยืดยาวไปในประเด็นอื่น จึงทำให้ตัวแทนชาวนาไม่พอใจ
ดูเหมือนว่าเหตุผลการชี้แจงของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ที่ตั้งใจมากในการชี้แจง และกล่าวย้ำหลายครั้ง ก็คือ ปัญหาของการจ่ายเงินล่าช้าหรือไม่มีเงินจ่าย เนื่องมาจากการเมือง เพราะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นมา และนำไปสู่การยุบสภา ส่งผลให้การกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการนี้มีปัญหา แต่ตัวแทนชาวนาหลายคนที่อยู่ในเวทีการเจรจา และเผชิญกับปัญหาการจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวกับตัวเอง กลับเห็นว่าการชี้แจงของรัฐบาลที่พยายามโยนไปเป็นเรื่อง "การเมือง" นั้น อาจไม่ตรงกับความจริงที่เกิดขึ้น
หากว่าจะอ้างเรื่องผลกระทบจากการยุบสภา อาจจะฟังไม่สมเหตุสมผลนัก เนื่องจากชาวนาบางรายไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้ตั้งแต่ก่อนยุบสภาด้วยซ้ำไป อีกทั้งขณะนี้มีข้อมูลในเรื่องปัญหาของโครงการรับจำนำออกมามากขึ้น และชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่อาจโทษเรื่องการยุบสภามากล่าวอ้างได้ แต่เป็นปัญหาการบริหารและการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการนี้แทบทุกระดับชั้น เพียงแต่การยุบสภานั้น ทำให้รัฐบาลไม่สามารถหาเงินกู้เพิ่มเติมมาใช้ในโครงการได้ ทำให้ปัญหาปรากฏให้เห็นชัดขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะนี้เราเห็นคนในรัฐบาลพยายามใช้กลยุทธ์ เพื่อเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งของโครงการรับจำนำข้าว และมีความเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนหรือให้กำลังใจรัฐบาล แต่เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ หากปัญหาที่แท้จริงไม่ได้รับการแก้ไข อีกทั้งปัญหาในขณะนี้ปรากฏชัดมากโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง เพราะว่าความเดือดร้อนปรากฏให้เห็นไปทั่วทุกภูมิภาค และเป็นปัญหาเดียวกัน คือ ไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำของรัฐบาลมานานกว่า 4 เดือน
ยิ่งกว่านั้น เราเริ่มเห็นว่านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเริ่มเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง ที่พยายามเบี่ยงเบนประเด็นปัญหาโครงการรับจำนำ และพยายามโยงให้เป็นประเด็น "ทางการเมือง" ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาของผู้บริหารจัดการโครงการนี้เอง ขณะที่ปัญหาอื่นๆ ของโครงการ เริ่มปรากฏให้เห็นเรื่อยๆ หากไม่มีการยุบสภา และเผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง เราก็อาจจะเห็นว่ารัฐบาลกู้เงินเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อมาใช้ในโครงการไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งโครงการนี้ชะงักเนื่องมาจากการเมือง ทำให้เราเห็นปัญหาที่แท้จริงว่าอยู่ตรงไหน
เราเห็นว่า ผลกระทบของโครงการนี้กว้างขวางมาก ตั้งแต่ระดับรัฐบาลจนถึงระดับเกษตรกร ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาที่ดี รัฐบาลต้องไม่พยายามโยงให้เป็นเรื่อง "การเมือง" เสียเอง เพราะหากว่ามีการนำปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาเข้าไปโยงกับ "การเมือง" แล้ว อาจจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงยิ่งขึ้น ยิ่งคนในรัฐบาลพยายามใช้ "เกมการเมือง" มากเท่าไร ความยุ่งยากก็จะตามมามากขึ้นเท่านั้น และยิ่งตอกย้ำปัญหาการเมืองไทยที่มีมานานหลายยุคหลายสมัย นั่นคือ นักการเมืองไม่เคยรับผิดชอบในความผิดพลาดใดๆ เลย






