เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวการเปลี่ยนผู้นำสูงสุดของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Microsoft ซึ่งก็เป็นข่าวหน้าหนึ่งตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ
การได้ผู้นำคนใหม่ของ Microsoft ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ทาง Microsoft เลือกที่จะเดินในอนาคต รวมทั้งบทบาทที่ชัดเจนขึ้นของ Bill Gates ต่อ Microsoft ในอนาคตด้วยครับ
การเปลี่ยน CEO ครั้งนี้เริ่มจาก CEO คนปัจจุบันคือ Steve Ballmer ได้ประกาศมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วว่าจะเกษียณการทำงานของตนเองจากตำแหน่ง CEO ในปี 2014 นี้ ดังนั้น ทางกรรมการของ Microsoft จึงต้องเริ่มเสาะหาคนที่จะมาเป็น CEO คนที่ 3 ของ Microsoft (คนแรกคือ Bill Gates) ซึ่งในกระบวนการเสาะหา CEO ครั้งนี้ ก็มีการเล็งกันเยอะเหมือนกันว่า Microsoft จะกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโดยเอาคนภายนอกมา หรือ ยังคงเดินตามรอยเดินโดยนำคนภายในขึ้น ซึ่ง CEO คนใหม่ของ Microsoft ชื่อ Satya Nadella เป็นชาวอินเดีย อายุเพียง 46 ปี และ ทำงานอยู่ที่ Microsoft มา 22 ปี และ Nadella ยังขอให้ Bill Gates กลับมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้เขาด้วย โดย Gates จะมาทำหน้าที่เป็น Technical Adviser โดยแบ่งเวลามาหนึ่งในสามเพื่อมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ Nadella
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เมื่อ Microsoft เลือกผู้บริหารจากภายในขึ้น แถมยังนำ Gates มานั่งเป็นที่ปรึกษา และ Ballmer ก็ยังนั่งเป็นบอร์ดอยู่แสดงว่าทิศทางและกลยุทธ์ของ Microsoft ไม่น่าจะเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งก็สร้างความผิดหวังให้ผู้ดูวงนอกที่เป็นขาลุยทั้งหลาย เพราะการเอาคนภายในขึ้นมาเป็น CEO นั้นก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่าอนาคตของ Microsoft จะมุ่งไปอย่างไร
ก็ใช่ว่าในยุคสมัยของ Steve Ballmer นั้นผลประกอบการของ Microsoft จะไม่ดี หรือ กำลังใกล้เจ๊งนะครับ เพียงแต่คนในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์ทั้งหลายจะมองว่า Microsoft เป็นยักษ์ใหญ่ทางด้าน IT ที่ชอบเล่นบทผู้ตาม ยังคงยึดอยู่กับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เดิมๆ ไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตของคนได้เหมือนคู่แข่งอย่าง Apple หรือ Google ยิ่งในสภาวะที่อุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แถมวัฒนธรรมองค์กรของ Microsoft ก็ไม่ชอบเสี่ยง ซึ่งว่ากันว่าไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมนี้
ถ้าเรามองย้อนกลับไป Microsoft ประสบความสำเร็จมาได้จากซอฟต์แวร์ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการหรือชุด Office ต่างๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ Microsoft ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท ดังนั้น ถ้าพนักงานอยากหรือกำลังจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ใดก็ตาม และบริษัทกำลังทุ่มทรัพยากรไปที่ตัวซอฟต์แวร์หลักของบริษัท Microsoft ก็จะหยุดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวและหันมาทุ่มทรัพยากรไปที่ตัวซอฟต์แวร์หลักของบริษัท
ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่าในตอนต้นปี 2010 Ballmer สั่งหยุดการพัฒนา tablet ของ Microsoft ที่ชื่อ Courier (Apple ออก iPad มาในปี 2010) หรือ ย้อนไปเมื่อปี 2001 Microsoft ก็สั่งหยุดการพัฒนา NetDocs ไป ซึ่งเจ้า NetDocs นั้นเป็นซอฟต์แวร์ Word และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ทำงานบนเว็บ (ไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์) ที่ปัจจุบันทั้ง Apple และ Google ต่างก็มีบนระบบ Cloud
จริงๆ วัฒนธรรมของ Microsoft ที่เหมือนบริษัททั่วๆ ไปที่พอเติบใหญ่ไป จากที่เคยเป็นองค์กรขนาดเล็กอุดมไปด้วยนวัตกรรมต่างๆ ไปสู่บริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่กล้าเสี่ยง และยังมุ่งมั่นกับผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่ทำให้บริษัทเติบโตมาได้ และเริ่มขาดนวัตกรรมใหม่ๆ จนเปลี่ยนบทบาทตนเองจากผู้นำมาเป็นผู้ตาม
ความน่าสนใจที่จะต้องเฝ้าติดตามต่อไปก็คือในภาวะที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนไป ซอฟต์แวร์ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Office ไม่น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทได้อีกต่อไป แถมตลาดพีซีก็หดตัวลงทุกวัน แนวโน้มตอนนี้ทุกอย่างจะอยู่บน Mobile และ Cloud กันหมด (ซึ่งทั้ง mobile / cloud ก็ต่างมีเจ้าตลาดของตนเองอยู่)
ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างเครื่องเล่มเกม Xbox One ก็จับตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมโหฬารอย่างที่ Apple หรือ Google ได้กระทำมา และเมื่อมี CEO ใหม่ที่เป็นลูกหม้อเข้ามา (โดยมีผู้ก่อตั้งบริษัทคอยดูแล ประคับประคองอยู่ข้างๆ รวมทั้งอดีตซีอีโอนั่งอยู่ในบอร์ดบริษัท) แล้ว CEO คนใหม่นี้จะนำพาบริษัทกลับไปสู่ความรุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้อย่างไร?






