โดย ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการฯ แถลงออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ในเลือกตั้งส.ส.วันที่ 2 ก.พ.จำนวน 68 จังหวัด
โดยไม่รวม 9 จังหวัดภาคใต้ คือ กระบี่ ชุมพร ตรัง พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งสิ้น 43,024,786 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 20,530,359 คน คิดเป็น 47.72 % แบ่งเป็น บัตรดี 14,645,812 ใบ คิดเป็น 71.34 % บัตรเสีย 2,458,461 ใบ คิดเป็น 11.97% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน(โหวตโน) 3,426,080 ใบ คิดเป็น 16.69 %
+++ ภาคเหนือมีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด 56.02% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีบัตรดีมากที่สุด 81.03 % ส่วนบัตรเสียมากที่สุดคือ ภาคใต้ 16.53 % ส่วน กทม.มีผู้ประสงค์ไม่ลงคะแนนมากที่สุด 23.52 %
+++ สำหรับบัตรดีพบว่า นครพนม พบมากที่สุด คิดเป็น 86.99 % ขณะที่บัตรเสียมากที่สุด คือ ตาก 27.13% ส่วนจังหวัดที่โหวตโนมากที่สุดคือ ระยอง 40.58 %
+++ ตัวเลข "บัตรเสีย-โหวตโน" ขณะนี้รวมกัน 5.85 ล้านใบ ถือว่ามากทีเดียว
+++ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังรู้ผล "คะแนนเลือกตั้ง" ก็คือ ทั้ง 2 ฝ่ายคู่ขัดแย้ง "ฝ่ายรัฐบาล(พรรคเพื่อไทย)" และ "ฝ่ายต่อต้าน(กปปส.)" ต่างนำ "ตัวเลขเลือกตั้ง" มาสร้าง"ความชอบธรรม" ให้ฝ่ายตนเอง
+++โดยฝ่ายแรกอ้างว่าการที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง กว่า 20 ล้านคน เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทาง กปปส. ขณะที่ฝ่ายกปปส.ก็อ้างว่า การที่ประชาชนไม่ออกมาเลือกตั้ง ทำบัตรเสีย และโหวตโนจำนวนมาก สะท้อนว่า ประชาชนไม่ต้องการรัฐบาลนี้ ต้องการให้มีการ "ปฏิรูป" ก่อนการเลือกตั้ง
+++ ไม่ว่าฝ่ายใดจะกล่าวอ้างอย่างไรก็ตาม "ความจริง" ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ มันไม่ได้สะท้อนภาพการแสดงออกของประชาชนที่แท้จริงทั้งหมด เพราะปัญหาอะไรก็อย่างที่ทราบ ๆ กันอยู่
+++ ที่สำคัญหลายฝ่าย เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกวินิจฉัยว่า "โมฆะ" แน่นอน ยกเว้น "พรรคเพื่อไทย" ที่ยกเหตุผลต่าง ๆ นานา มาอ้างว่าเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่โมฆะแน่นอน
+++ เมื่อความเห็น "2 ฝ่าย" ไม่ตรงกัน ก็ต้องมี "คนกลาง" คือศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ชี้ขาด
+++ อ้าวไหนว่าเมื่อวานนี้(6 ก.พ.) จะได้ข้อสรุปปัญหาของการเลือกตั้ง ทั้งประเด็น 28 เขตไม่มีผู้สมัคร, หน่วยเลือกตั้งกว่า 1.2 หมื่นหน่วยที่ลงคะแนนไม่ได้ และปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ต้องมาลงคะแนนย้อนหลัง แต่ไฉน "กกต." ถึงเลื่อนมาเป็นวันนี้ (7 ก.พ.)
+++ อย่างไรก็ตาม ดูดูแล้วสุดท้ายปลายทาง คงหนีไม่พ้นต้องหันพึ่ง"ศาลรัฐธรรมนูญ" ให้ช่วยชี้ทางสว่างอีกตามเคย
+++ เสียงร่ำลือเริ่มกระหึ่ม ขณะนี้ "นายใหญ่" แห่งดูไบเริ่มบ่นกับ "น้องปู" แล้วว่า มี "คนบางคน" ใน "ศรส." ใช้อำนาจที่มอบให้ข่มขู่นายทุนขายเป็ดขายไก่และน้ำเมาว่า จะตรวจสอบภาษี จนนายทุนเหล่านี้ต้องโร่ฟ้องนายใหญ่เป็นที่อิดหนาระอาใจไปทั่ว แถมยังชอบกับการที่ม็อบอยู่นาน เพราะนอกจากถนัดตบทรัพย์นายทุนแล้ว ยังเพลินกับการใช้งบลับมหาศาลอีกต่างหาก
+++ ปิดท้ายกันที่ เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ที่ยังไม่เสร็จสิ้นและบ้านเมืองยังไม่คืนสู่ภาวะปกติ วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ จึงงดเปิดบ้านให้บุคคลต่างๆ เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดเช่นที่ทำมาทุกปี แต่จะพาครอบครัวและมิตรสหายที่สนิทเข้าวัดทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารแทน...






