วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พิหาร วันนี้

แคว้นพิหาร เป็นแคว้นที่มีประชากรมากที่สุดและยากจนที่สุดของอินเดีย มีความสำคัญต่อชาวพุทธไทยและที่ต่างๆ ทั่วโลก

ในฐานะเป็นดินแดนแอ่งกำเนิดอารยธรรมพุทธศาสนา ทำให้พุทธศาสนิกชนและประเทศเอเชียแปซิฟิกทุ่มเททรัพยากรลงมาช่วยแคว้นนี้เป็นอันมาก จนยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของแคว้นอย่างมากในรอบไม่กี่ปีมานี้ ในปีเลือกตั้งทั่วไปของอินเดีย แคว้นนี้กำลังพัฒนาขึ้นไปอีก แต่อุปสรรคใหญ่หลวงยังคงมีอยู่ และน่าที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากต่างชาติมากกว่านี้

ผมได้ไปเยือนแคว้นพิหารปลายเดือนมกราคม ตามกำหนดการเยี่ยมชมอินเดียทางด้านสังคมและการเมืองของคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรอินเดีย ในการนี้ผู้ว่าราชการแคว้นได้ต้อนรับอย่างดีและอำนวยความสะดวกในการชมสถานที่ต่างๆ ในเมืองปัตนะ คยา ราชคฤห์ และนาลันทา ตลอดจนเข้าพบสนทนากับท่านข้าหลวงใหญ่ คณะผู้บริหารชั้นปลัดด้านต่างๆ ของแคว้นและนักวิชาการในประเด็นจริงจัง ต่างมีความเห็นตรงกันว่า แคว้นที่มีประชากรมากขึ้นร้อยล้านคนอาศัยอยู่บนพื้นที่หนึ่งแสนตาราง กม. แห่งนี้เจริญขึ้นมาได้ เพราะมีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องจนได้พรรคการเมืองที่ดีมาบริหารตั้งแต่ปี 2548

พิหารเมื่อเริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ถึงขั้นถูกจัดว่าเป็น Failed State ด้วยว่าทุกอย่างด้อยกว่าเขาเพื่อนในจำนวนแคว้นต่างๆ กฎหมายไม่บังคับใช้ ทั้งยังมีขบวนการแบ่งแยกดินแดนลัทธิเหมาซึ่งอาศัยช่องว่างความต่างของคนจนกับคนรวยปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบอีก แม้เมื่อต้นปี 2548 คนยากจนขาดหนักรายได้ไม่ถึงสองดอลลาร์ต่อวันมีถึง 54 เปอร์เซ็นต์ อัตราการรู้หนังสือมีเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ และได้ฉีดวัคซีนแค่ 18 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อพรรค NDA เข้ามา สร้างระบบที่ผสานกันทั้งปฏิรูปโครงสร้างใหม่และประชานิยมทุกอย่างก็เจริญขึ้น พวกดึงคนรวยมาช่วยคนจน ปฏิรูปสาธารณูปโภค เช่น ซ่อมสร้างถนน 55,000 กม. สะพาน 12,000 แห่ง ออกกฎหมายฟ้องแพ่งข้าราชการที่ละเลยช่วยเหลือประชาชน ตั้งศาลเร่งรัดคดีความ เอาจริงในการปราบปรามโจรร้ายและคอร์รัปชัน ทุกอย่างก็ดีขึ้น ถึงวันนี้คนจนขนาดหนักลดเหลือ 33 เปอร์เซ็นต์ พอๆ กับอัตราการรู้หนังสือ ขณะที่มีผู้เข้าถึงวัคซีนถึง 70 เปอร์เซ็นต์

ที่ผมชอบใจมากที่สุด คือ อินเดียเห็นคุณค่าของการลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนจนกับคนรวย ถึงขั้นตั้งกระทรวงชื่อ Panchayati Raj ขึ้นมาเอาจริงในการดูแลหมู่บ้านยากจน ทำนองเดียวกับหมู่บ้านพึ่งตนเองหรือหมู่บ้านในโครงการพระราชดำริบ้านเรา งานนี้รัฐร่วมมือกับกลุ่มพลังมวลชนและชาวบ้านเองด้วยในการจัดสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อยกระดับตัวเองขึ้นมาจากความยากจน เช่น มีการส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อให้หมู่บ้านพึ่งตนเองได้ อย่างขี้วัวที่มีเกลื่อนกลาด นอกจากนำไปฉาบบ้านให้แข็งแรงแทนซีเมนต์หรือทาแก้พิษแมลงกัดต่อย ยังนำมาผลิตเป็นก๊าซ เป็นพลังงาน เป็นไฟฟ้าได้อีก ผู้หญิงในหมู่บ้านก็พัฒนาการเพาะปลูกและมีสายส่งจัดจำหน่ายในเชิงโอท็อป ผลคือ นอกจากจะมีรายได้งามแล้ว ยังเป็นอิสระจากการกดขี่ของสังคมชายเป็นใหญ่อีก เนื่องจากเหนือกว่าผัวทางเศรษฐกิจ การศึกษาและสาธารณสุขระดับพื้นฐานปรากฏอยู่ทั่วไป พิหารนี้ไม่ค่อยขาดแคลนหมอแต่ขาดแคลนครูอยู่บ้าง

ที่เกี่ยวข้องกับไทยมากที่สุดคือเรื่องการท่องเที่ยว โดยเป็นตัวทำรายได้ให้พิหารเป็นอย่างมาก การที่พิหารเป็นแอ่งอารยธรรมต้นกำเนิดของศาสนาพุทธและเชน (พระมหาวีระถือกำเนิดในแขวง Vaishali) ทำให้การท่องเที่ยวพิหารได้ไอเดียจัดทัวร์ตามรอยธรรมในโบราณสถานมากมาย รายได้จากการท่องเที่ยวของแคว้นสูง 6.27 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จ้างงานในธุรกิจนี้ถึง 9 เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนปี 2555 มากถึง 1.1 ล้านคน เพิ่มจากเมื่อเจ็ดปีก่อนถึง 17 เท่า แม้แต่เที่ยวบินจากไทยไปคยาก็มีแล้ว ในการนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวพุทธเสียมาก แคว้นพิหารจึงเห็นโอกาสว่าชาวพุทธชอบสร้างวัด ใครสร้างเชิญเอาที่ดินไปเลย วัดนานาชาติจึงเพียบ เงินหมุนเวียนก็เข้าสู่ Bodhigaya ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของแขวง Gaya เศรษฐกิจไปได้ดี มองเห็นการก่อสร้างรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่น่าสังเกตว่าประเทศพุทธน่าจะมีส่วนช่วยพัฒนาพิหารมากกว่านี้ แม้ว่าพิหารสามารถติดต่อองค์กรทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศได้มาก มีการจัดงานใหญ่ๆ หลายงาน รวมทั้งที่มา Road Show ในไทยเมื่อปีกลายด้วย แต่พิหารยังไม่ได้พัฒนาความเป็นเมืองพี่เมืองน้อง (Sister States) กับใครนอกจากสิกขิมเงินทุนได้เปล่าที่ได้จากองค์กรยังไม่ครอบคลุมถึงเงื่อนไขการพัฒนาส่วนอื่นของพิหารโดยที่ไม่เกี่ยวกับการรองรับศาสนาพุทธ

จริงอยู่ ที่พิหารเป็นระดับแคว้น การดีลโดยตรงกับรัฐของชาติอธิปไตยอื่นอาจยุ่งยาก แต่ก็น่าจะมีหนทางสร้างสรรค์เศรษฐกิจของแคว้นนี้ด้วยมือของเราชาวพุทธให้มากกว่านี้ ไม่น้อยไปกว่าการร่วมมือกันสร้างยอดสถูปทองคำถวายเป็นพระราชกุศลให้สมเด็จพระสังฆราชผู้พึ่งถึงนิรพาน เพื่อให้แคว้นแห่งพุทธพัฒนาและประชากรอยู่เย็นเป็นสุขไม่น้อยหน้าแคว้นศาสนาใดในชมพูทวีป