"ถ้าไม่ใช่กลุ่มสุทิน คงไม่เกิดเหตุล้อมยิงกลางวันแสกๆ เพราะกลุ่มนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่ทีมการ์ด"
นักเคลื่อนไหวมืออาชีพรายหนึ่งแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากรู้จักมักคุ้นกับแกนนำ "กองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย" (กคป.) เป็นอย่างดี
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหม่ที่ "คนหน้าเดิม" ช่วยกันก่อร่างสร้างองค์กร แม้แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ ยังเข้าใจผิดว่า "สุทิน ธราทิน" เป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" (กปท.)
กคป. แยกตัวออกจาก กปท. เมื่อ 13 มกราคม 2557 ด้วยเห็นว่า เวทีใหญ่ กปปส. ไม่สนใจเรื่องการปฏิรูปพลังงาน จึงอยากจับประเด็น "ปฏิรูปพลังงานไทย" ให้เป็น "ธง" ในการขับเคลื่อนมวลชน
แกนนำ กคป. ประกอบด้วย สุทิน ธราทิน นักฝึกอบรมมืออาชีพ, ทศพล แก้วทิมา นักสื่อสารมวลชนท้องถิ่น, นพ.ระวี มาศฉมาดล อดีตเลขาธิการพรรคพลังธรรม และ ธวัชชัย พรหมจันทร์ นักกิจกรรมเรื่องน้ำจากปราจีนบุรี (เจ้าของรถกระบะ 6 ล้อ คันที่ใช้เป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่)
"สุทิน-ทศพล" เข้าร่วมกับแกนนำเสื้อเหลืองตั้งพรรคการเมือง และได้เป็นกรรมการผู้ร่วมก่อตั้ง "พรรคการเมืองใหม่" ยุคที่มี สมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นหัวหน้าพรรค
ปลายปี 2555 "สุทิน-ทศพล" ออกจากพรรคการเมืองใหม่ ไปเป็นคลังสมองให้กับ "องค์การพิทักษ์สยาม" (อพส.) ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ "สุทิน" ในการรับบท "แกนนำมวลชน" ในสมรภูมิท้องถนนเต็มตัว
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ "สุทิน" เคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ นักวางแผน นักฝึกอบรม ตั้งแต่สมัยร่วมงานกับ เอนก นาคะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF) และ ทำงานในองค์กรสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) กับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
ตอนที่ร่วมสู้กับ "เสธ.อ้าย" แม้จะพ่ายในยกแรก แต่ "สุทิน" ก็มิได้ทอดทิ้งกลุ่มนายทหารอาวุโสให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว รอจนถึงวันที่มีกระแสหน้ากากขาว พวกเขาจึงคิดวางแผนการต่อสู้ครั้งใหม่
18 มิถุนายน 2556 ที่โรงแรมตรัง ถนนวิสุทธิกษัตริย์ 'ทศพล-สุทิน' จึงแถลงข่าวเรื่องการจัดตั้ง "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" ต่อมา พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ เพื่อนรัก "เสธ.อ้าย" เปิดตัว "คณะเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" พร้อมกับนัดหมายชุมนุมใหญ่ที่สวนลุมพินี
ด้วยเหตุที่ "สุทิน" มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม "คณะนายทหารอาวุโส" ที่เป็นแกนนำ กคป. จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย
นอกจากนี้ "สุทิน" ยังได้จัดตั้งองค์กร "รวมพลังอาชีวะ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" ซึ่งก่อนหน้านั้นชาวอาชีวะเหล่านี้ ได้มีการแสดงตัวตนบนโซเชียลมีเดีย ผ่านหน้าเพจกองทัพประชาชนฯ
เมื่อ "กปปส." ประกาศปิดกรุงเทพฯ "สุทิน-ทศพล" ได้นำมวลชนมาปักหลักตั้งเวทีใหม่อยู่ที่หน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. และ กระทรวงพลังงาน
วันที่ 26 มกราคม 2557 กคป. มีภารกิจร่วมกับกลุ่ม กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางไปสำนักงานเขตบางกะปิ เพื่อรณรงค์ให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อภารกิจที่หน่วยบางกะปิ เสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็มุ่งหน้าไปเขตบึงกุ่ม และในช่วงก่อนเที่ยง จึงได้รับคำเชิญจากมวลชนนกหวีดบางนา ให้ไปที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา
ขบวนของ กคป. มีเพียงทีมมอเตอร์ไซค์ไม่กี่คัน รถปิกอัพ และ รถกระบะ 6 ล้อ พร้อมกับมวลชนร้อยกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
ตามปกติ กคป. จะใช้บริการ "การ์ดอาชีวะ" ที่ สุทิน จัดตั้งมากับมือ แต่การ์ดอาชีวะไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมทุกครั้ง และในวันนั้นที่วัดศรีเอี่ยม การ์ดอาชีวะก็มิได้เดินทางมากับแกนนำ กคป.
เมื่อรถกระบะ 6 ล้อ ของแกนนำ กคป. เคลื่อนพลออกจากวัดศรีเอี่ยม จึงถูกล้อมยิง และไล่ทุบตีมวลชนจากกลุ่มคนที่ไม่มีสังกัดชัดเจน กว่า 50 คน
รูปแบบการสังหารแกนนำ กคป. มิใช่เหตุเผชิญหน้า มีการสืบสภาพล่วงหน้าว่า "ไม่มีการ์ดคุ้มกัน" และกำหนด "วงซุ่มโจมตี" ไว้ที่หัวโค้งหน้าวัดศรีเอี่ยม
ประเด็นมันอยู่ที่ ใครบงการ? และ หวังผลอะไร? จากการสังหาร "แกนนำ กคป." ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ "สายฮาร์ดคอร์" และมีระบบการ์ดอาสาไม่แข็งแกร่งเท่ากับเวทีอื่น






