วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนา, ประชานิยม และการเลือกตั้ง

ชาวนาหลายจังหวัดออกมาประท้วงปิดถนน เพราะว่ารัฐบาลยังไม่จ่ายเงินค่าจำนำข้าวตามนโยบายรัฐบาล

บางกลุ่มประกาศจะคว่ำบาตรการเลือกตั้ง หรืออาจจะโหวต No เพื่อแสดงความไม่พอใจกับความล่าช้า ของการหาเงินมาจ่ายชาวนาที่รอมาหลายเดือนแล้ว

ผมเห็นป้ายประท้วงชาวนาป้ายหนึ่งเขียนว่า “เงิน (จำนำข้าว) ไม่มา, กาบัตร (เลือกตั้ง) ไม่เป็น”

อีกป้ายหนึ่งบอกว่า “ฝ่ายค้านก็ค้านไม่ให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าข้าว ฝ่ายรัฐบาลก็จ่ายช้าซะเหลือเกิน ขอถามทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าคุณไม่กินข้าวที่พวกชาวนาปลูกหรอกหรือ ถึงได้ใจจืดใจดำ ไม่สงสารชาวนา”

เป็นอันว่า...ทุกคน ทุกฝ่าย ต่างอึดอัดและหงุดหงิดไปกับนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และยังไม่มีใครรู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร เพราะว่ารัฐบาลสร้างปัญหานี้ให้กับตัวเอง แม้จะมีคำเตือนจากหลายๆ ฝ่าย รวมถึงที่ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง ว่า นโยบายประชานิยมเรื่องนี้อันตรายมากต่อวินัยทางเศรษฐกิจ และมีผลกระทบต่อทั้งชาวนาไปถึงการส่งออก และท้ายที่สุด จะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลเอง

แต่รัฐบาลก็ดื้อตาใส เดินหน้าจนมาติดกับดักที่ตนสร้างขึ้นมาเอง เพราะเมื่อยุบสภาแล้ว การจะใช้เงินกู้เงินยืมจากสถาบันการเงินใดๆ ก็จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่เมื่อรัฐบาลรักษาการโยนเผือกร้อนไปให้ กกต. ก็โยนกลับมา บอกว่า ตีความรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.ไม่มีอำนาจจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลรักษาการเองที่จะต้องตัดสินใจ และต้องรับผลที่ตามมาด้วย

นี่แปลว่า รัฐบาลเข้าตาจน เพราะสถาบันการเงินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส, ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารกรุงไทย ต่างก็รู้ชะตากรรมของตนเอง หากจะยอมแรงกดดันทางการเมือง เอาเงินฝากของประชาชนมาให้รัฐบาลจ่ายค่าข้าวที่รับจำนำเอาไว้

เพราะไม่มีใครไม่รู้ว่ารัฐบาลขาดทุนจากโครงการนี้มโหฬาร และยังมองไม่ออกว่าจะหาเงินจากไหนมาคืนเงินกู้หลายแสนล้านนั้น อีกทั้งเมื่อเกิดความไร้เสถียรภาพทางการเมืองท่ามกลางการประท้วงอย่างกว้างขวางเช่นนี้ ทุกคนย่อมรู้ว่ารัฐบาลรักษาการนี้ หมดความชอบธรรมที่จะดำเนินนโยบายนี้ต่อไป ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม

โครงการรับจำนำข้าวกับเลือกตั้งเกี่ยวกันอย่างไร?

จะว่าไปแล้ว โครงการนี้เป็นผลผลิตของนักการเมืองพรรครัฐบาล ที่ถือเป็นวิเทโศบายที่จะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะว่าคนใน “ระบอบทักษิณ” เชื่อว่าหากได้ใจชาวนาด้วยการรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาสูงกว่าตลาดแล้ว ก็จะได้คะแนนจากชาวไร่ชาวนา และยิ่งไม่ต้องควักเงินตัวเอง

เอาเงินภาษีประชาชนมาถลุงเล่นอย่างนี้แล้ว นักเลือกตั้งที่ไร้จริยธรรมก็ย่อมจะถือว่าเป็นวิธีที่พวกตนมีสิทธิจะทำ แม้จะพิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่านี่คือ “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

แต่เมื่อนโยบายประชานิยมล้มเหลว ก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องเกี่ยวโยงกับการเลือกตั้งในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือ ชาวนาซึ่งรัฐบาลเคยคิดว่าจะเป็น “เครื่องมือ” ทางการเมืองของตน บัดนี้ได้ประกาศจะยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลที่ไม่สามารถรักษาคำพูดของตนเองได้

หากชาวนาบอยคอตหรือคว่ำบาตรการเลือกตั้งจริง หรือพากันเข้าคูหาเลือกตั้ง เพื่อกา Vote No เพื่อแสดงความไม่พอใจกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเลยแม้แต่พรรคเดียว ก็ย่อมหมายความว่ารัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมที่จะปกครองบ้านเมืองนี้ เพราะว่าคนในเมืองกับคนรากหญ้ารวมตัวกันประกาศไม่ยอมรับรัฐบาลรักษาการนี้อีกต่อไป

หากชาวนาคว่ำบาตรเลือกตั้ง ก็เท่ากับเป็นการรวมตัวต่อต้านรัฐบาลของชนชั้นกลางในเมืองกับชาวไร่ชาวนา ที่ครั้งหนึ่งเคยหลงเชื่อว่ารัฐบาลนี้จริงใจกับชาว “รากหญ้า”

เท่ากับเป็นการพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่าประชานิยม คือ ศัตรูร้ายกาจของประชาธิปไตย ที่คนมีเงินใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อจะซื้อใจรากหญ้า

และวันหนึ่ง รากหญ้า ก็จับเท็จนักเลือกตั้งทุนสามานย์ได้คาหนังคาเขา...นี่เอง