วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าให้ข้อสงสัย... "ปฏิวัติ วิน-วิน" เป็นเรื่องจริง

กลายเป็นการเลือกตั้งเลือดจนได้ สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวานนี้ที่หน่วยเลือกตั้งวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา

กรุงเทพฯ เมืองหลวงของเรานี่เอง

นอกจากที่วัดศรีเอี่ยมที่ถึงขั้นสังเวยชีวิตกันแล้ว ก็ยังมีการปะทะคารมกันประปรายอีกหลายแห่ง แต่ก็ควบคุมระดับความรุนแรงเอาไว้ได้ ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ

ผมเคยเรียกร้องผ่านคอลัมน์นี้ให้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส. ทบทวนวิธีการต่อสู้ โดยเฉพาะการชุมนุมปิดกรุงเทพฯถึง 7-8 จุด หลังจากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปาระเบิด ที่ถนนบรรทัดทอง (คุณประคอง ชูจันทร์) ทั้งๆ ที่คุณสุเทพเคยให้สัมภาษณ์สื่อเครือเนชั่นทำนองว่า จะเลิกชุมนุมหากมีคนตาย เพราะต้องรักษาชีวิตผู้ชุมนุมเหนือสิ่งอื่นใด

การไม่ยอมหยุดชุมนุม หรืออย่างน้อยก็ปรับวิธีการ หนำซ้ำยังเดินหน้าต่อแบบดุเดือดกว่าเก่า ส่อแสดงว่า กปปส. ต้องการอะไร?

การโหมประโคมข่าวด้วยจุดเด่นของชุมนุมแบบมีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดตลอดเวลา นับเป็น "ปฏิบัติการทางจิตวิทยา" หรือ ไอโอ ขั้นสูงสุด เพราะสามารถแพร่ข่าวได้ก่อน แพร่ความเชื่อได้ก่อน โดยมีภาพยืนยัน ส่วนภาพนั้นจะมาจากมุมไหน ใช่ทั้งหมดของเหตุการณ์หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หลายเสียงพูดตรงกันมาตลอดว่า การเคลื่อนไหวทั้งหมดของ กปปส.ต้องการให้ทหารออกมา "ปฏิวัติ" เพื่อปิดเกม!

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า เพราะมี "ทีมไอโอ" คอยให้ข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ และโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการประสานกันเป็นการส่วนตัวกับผู้สื่อข่าวที่สนิทสนมเป็นรายบุคคล เพื่อนำเสนอข้อมูลหักล้างฝ่าย กปปส.แบบทุกเม็ด

แน่นอนว่าบางเรื่องก็ไม่ใช่ความจริง บางเรื่องก็เกินจริง...

การตั้ง คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างประเทศ ในแบบลักลั่นถึงขนาดให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ผลัก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ที่เป็นอดีต ผบ.ตร.และเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดชนิดมองตาก็รู้ใจของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ให้ตกเวทีไปเสียเฉยๆ จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบชัดๆ จากรัฐบาลว่าทำไปเพื่ออะไร

การตั้ง คุณเฉลิม อยู่บำรุง ที่พูดจาท้าทายและให้ท้ายพวกฮาร์ดคอร์นิยมความรุนแรงทุกวัน ทำหน้าที่เป็น ผอ.ศรส. ไม่ได้ส่อแสดงว่ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหา ที่ประชาชนคนไทยมองว่าวิกฤติอย่างยิ่งในขณะนี้เลยแม้แต่น้อย

การประชุม ศรส. มีคำพูดของใครบางคนถึงขนาดกล่าวฝากไปถึง ผบ.ทบ.ว่า ถ้ามีการใช้กำลังสลายการชุมนุมแล้ว คุณสุเทพ บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็อย่ามาตำหนิกัน

ไม่นับการเดินหน้าเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่เมื่อวานมีคนตายไปอีก 1 คนแล้ว ทำให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่บอกว่ามันเป็นวิธีการที่สันติที่สุดในการจัดการความขัดแย้ง มันไม่น่าจะจริง

หลายคนเสนอว่าถ้ามันไม่ใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ก็น่าจะเลื่อนๆ ไปก่อนเพื่อรักษาชีวิตคน...

การยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่เลื่อนเลือกตั้ง ความจริงก็รู้ๆ กันอยู่แก่ใจว่าไม่ใช่การรักษาระบบระบอบอะไรหรอก แต่มันคือการมองผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นด้านหลัก เพราะพรรคเพื่อไทยได้เปรียบจากระบบนี้ จึงปิดประตูตายสำหรับแนวทางอื่น

ส่วนที่ว่า "ถอย" จนตกขอบแล้วก็ไม่จริง มันเป็นแค่การสร้างภาพถอยเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป และในทางกลับกันรัฐบาลก็รุกตลอด อย่างเช่น การเลือกประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือการส่งคนแบบคุณเฉลิมไปดูแล ศรส.

ผมยังไม่เห็นว่าประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วจะทำให้สถานการณ์หรือบรรยากาศการเลือกตั้งสงบเรียบร้อยขึ้นได้เลย จึงไม่รู้ว่าประกาศทำไม...

ที่ผ่านมามีข่าวมาตลอดว่า รัฐบาลกลัวถูกทหารปฏิวัติ และพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษากติกาเอาไว้ (แม้จะมีผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวด้วยก็พอรับได้) แต่ตอนนี้มีข่าวจากหลายสายยืนยันตรงกันว่า รัฐบาลไม่ได้กลัวถูกปฏิวัติแล้ว แต่อาจจะยินดีเสียด้วยซ้ำหากทหารออกมา

เพราะเมื่อปฏิวัติ รัฐธรรมนูญจะถูกฉีก คดีมากมายในองค์กรอิสระก็จะถูกยกเลิก แต่หากคณะปฏิวัตินำกลับมาเล่นงานต่อ ก็จะกลายเป็น "คดีการเมือง" ทุกอย่างก็จะย้อนกลับไปเหมือนปี 2549

ผนวกกับกระแสปฏิรูปประเทศที่กำลังเกิดขึ้น กติกาใหญ่ๆ ต้องถูกออกแบบใหม่หมด ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมไม่เลวร้ายกับพรรคเพื่อไทยเหมือนรัฐธรรมนูญปี 50

ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้นชัดอยู่แล้วว่าต้องการล้างไพ่ใหม่ เพื่อให้โอกาสของตัวเองในสนามการเมืองมีมากขึ้น...

ทั้งสองฝ่ายอย่าพยายามทำให้ข้อสงสัย "ปฏิวัติ วิน-วิน" เป็นความจริง!