วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาพคล่องจำนำข้าว สะท้อนสภาพ'อับจน'

ปัญหาโครงการรับจำนำในฤดูนาปี 2556/57 ขณะนี้กำลังเผชิญกับสภาพคล่องอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลค้างจ่ายใบประทวนกว่าแสนล้านบาท

โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเสนอ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณากู้เงิน 1.3 แสนล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในโครงการ หาก กกต.เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถทำได้เนื่องจากการกู้เงินในโครงการนี้ แม้จะเป็นโครงการเดิม แต่สร้างภาระผูกพันให้กับรัฐบาลใหม่ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะถึงทางตันมากขึ้น ว่าจะหาเงินจากไหนมาชำระเกษตรกรที่ออกใบประทวนไปแล้ว

ข้อเท็จจริงจากโครงการนี้ จากถ้อยคำของผู้ที่เกี่ยวข้องพบว่าในช่วงแรกของฤดูกาลผลิตนาปี กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะใช้เงินในโครงการนี้ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท แต่เนื่องจากโครงการดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและรัฐบาลไม่ยอมปรับลดราคารับจำนำ แต่ใช้วิธีจำกัดครัวเรือนละ 3.5 แสนบาท แต่จากราคาข้าวในโครงการมีราคาสูงกว่าราคาตลาด ทำให้มีข้าวเข้าโครงการรับจำนำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณรับจำนำเพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ของบประมาณเพิ่มเป็น 1.9 แสนล้านบาท เพิ่มมาอีก 3 หมื่นล้านบาท

ล่าสุด ผู้ดำเนินโครงการนี้ได้ออกใบประทวนสำหรับข้าวที่เข้าโครงการแล้วราว 1.6 แสนล้านบาท แต่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เหลือวงเงินจากเพดานงบประมาณเดิม เท่ากับว่าเป็นเงินที่ค้างใบประทวนชาวนาราว 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งหา กกกต.อนุมัติให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการได้ ก็จะทำให้โครงการนี้รอดพ้นไปได้สำหรับฤดูนาปีนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีเงินมาใช้เพียงพอจากที่ประมาณไว้ 1.9 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การโต้แย้งระหว่าง กกต.กับรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาถึงเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจนการตีความกฎหมายการขอกู้เงินนั้นได้สร้างความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ ภาพที่ออกมาจึงดูเหมือนว่า กกต.และรัฐบาลกำลังเล่นเกมต่อรองทางการเมือง เพราะยังมีประเด็นเรื่องเลื่อนเลือกตั้งยังหาข้อยุติกันไม่ได้ ดังนั้น ต่อจากนี้ไป เราจะได้เห็นการกล่าวโทษกันไปมาระหว่างรัฐบาลกับ กกต.ว่าใครเป็นต้นเหตุทำให้โครงการนี้มีปัญหา และใครคือต้นตอของปัญหาทำให้ชาวนาไม่ได้รับเงินหรือได้รับเงินล่าช้า

แต่หากพิจารณาการดำเนินโครงการของรัฐบาลตั้งแต่ต้น จะพบว่าแม้จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ที่ทำให้รัฐบาลต้องประกาศยุบสภา โครงการนี้ก็จะมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความอยู่รอดของโครงการนี้ต้องใช้เงินหมุนเวียนจากการขายข้าวที่รับจำนำไปก่อนหน้านั้น หากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถระบายข้าวได้ ในที่สุดโครงการนี้ก็จะมีปัญหาสภาพคล่องในที่สุด ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลจะใช้เทคนิคทางการเงินอย่างไรเพื่อหมุนสภาพคล่อง แต่เมื่อขาดทุนและระบายได้ยาก วงเงินงบประมาณที่กำหนดไว้ 5 แสนล้านบาทก็จะหมดไปในที่สุด

อันที่จริง หากย้อนกลับไปดูการจ่ายเงินชาวนาในฤดูกาลผลิตนี้ล่าช้า ได้เริ่มเกิดขึ้นก่อนการยุบสภาด้วยซ้ำไป ดังนั้นหากจะกล่าวโทษ กกต.ทั้งหมดก็ไม่ถูกต้องนัก แต่รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินได้เต็มวงเงินที่กำหนดไว้ จึงทำให้การจ่ายเงินต้องล่าช้าออกไป อีกทั้งมีปัญหาการระบายข้าวจนเกิดข้อสงสัยว่าขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้นจริงหรือไม่ จากปัญหาโครงการนี้ จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเมืองระหว่าง กกต.กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาจากโครงการเองคือความไร้ประสิทธิภาพในการขายข้าวของหน่วยงานรัฐและการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้เป็นจุดตายของโครงการโดยตัวมันเอง