วันสิ้นปี : วันปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วนบริษัท

วันสิ้นปี : วันปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วนบริษัท

ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทมหาชนจำกัด

ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี โดยห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ต้องเริ่มทำบัญชี ตั้งแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศให้เริ่มทำบัญชีในวันที่เริ่มประกอบธุรกิจในประเทศไทย ส่วนกิจการร่วมค้าให้เริ่มทำบัญชีนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดังกล่าวต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน ทุกรอบสิบสองเดือนที่ต้องปิดบัญชีนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน เรียกว่ารอบปีบัญชี ดังนั้นรอบปีบัญชีของแต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับวันที่ต้องเริ่มต้นทำบัญชี และวันปิดบัญชีครั้งแรก เช่นบริษัทได้รับการจดทะเบียนในวันที่ 24 เมษายน ถ้าบริษัทนี้ปิดบัญชีครั้งแรกเมื่อครบ 12 เดือนนับแต่วันจดทะเบียน รอบปีบัญชีของบริษัทนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน อันเป็นวันเริ่มต้นทำบัญชี และปิดบัญชีในวันที่ 23 เมษายนของปีถัดไป จะเป็นเช่นนี้ทุกรอบปีบัญชี จะเห็นได้ว่ารอบปีบัญชีในลักษณะเช่นนี้มีความไม่สะดวก หลายประการ ดังนั้น ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด จะดำเนินการให้รอบปีบัญชีของตน ตรงตามปีปฏิทิน คือเริ่ม 1 มกราคม ปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม

การดำเนินการเพื่อให้รอบปีบัญชีตรงตามปีปฏิทิน สามารถดำเนินการได้สองวิธี คือ วิธีแรกปิดบัญชีครั้งแรก ในวันที่ 31 ธันวาคม เช่น บริษัทที่จดทะเบียนในวันที่ 24 เมษายน ก็ดำเนินการปิดบัญชีครั้งแรกในวันที่ 31 ธันวาคมในปีนั้น รอบปีบัญชีของบริษัทก็จะเป็นวงรอบ เริ่มวันที่ 1 มกราคม ปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม ในปีถัดๆ ไป หรือในกรณีที่ไม่ได้ปิดบัญชีครั้งแรกในวันที่ 31 ธันวาคม เช่น มีรอบปีบัญชีเริ่มวันที่ 24 เมษายน ปิดบัญชีวันที่ 23 เมษายน ของปีถัดไป สามารถยื่นคำขอต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี คืออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและผู้ได้รับมอบหมาย เปลี่ยนรอบปีบัญชี ให้ตรงตามปีปฏิทินคือเริ่ม 1 มกราคม ปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคมได้

หลังจากปิดบัญชีแล้วผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น มีหน้าที่ต้องจัดทำงบการเงิน หรือตามกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัดเรียกว่างบดุล ซึ่งก็คือรายงานผลอันได้มาจากการประมวลผลจากบัญชีที่ทำไว้ แสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน การเปลี่ยนแปลงฐานะการเงิน ของรอบปีบัญชีที่ผ่านมา ที่สำคัญคือมีกำไรหรือขาดทุน ฐานะการเงินเป็นอย่างไร มั่นคงหรือง่อนแง่น ทั้งนี้ งบการเงินหรืองบดุลที่จัดทำขึ้นดังกล่าวต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตด้วย

ในกรณีเป็นบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด ต้องเสนองบการเงินหรืองบดุลให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติด้วย โดยต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงินหรืองบดุลภายในสี่เดือน นับแต่วันที่ทำงบการเงินหรืองบดุลนั้น ในการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติงบการเงินหรืองบดุลนั้น หากมีกำไรก็จะมีเรื่องพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นด้วย บางรายอาจมีการพิจารณาจ่ายเงินโบนัสหรือเงินรางวัลที่ให้พนักงานด้วยก็ได้ สำหรับการจ่ายเงินปันผลนั้นจะพิจารณาจ่ายได้เฉพาะกรณีที่บริษัทมีกำไรเท่านั้น หากขาดทุนจะจ่ายเงินปันผลไม่ได้

ในกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หรือกิจการร่วมค้า ไม่มีกฎเกณฑ์ตามบทบัญญัติของกฎหมายไทยบังคับว่าจะต้องเสนอให้ที่ประชุมผู้หุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุนพิจารณาอนุมัติงบการเงินหรืองบดุลเหมือนบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด แต่เป็นเรื่องภายในของผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจะดำเนินการตามแนวปฏิบัติของตนเอง แต่ในหลักการก็คงหนีไม่พ้นที่ต้องใช้งบการเงินเป็นหลักในการพิจารณาว่ามีกำไรหรือไม่ เพื่อแบ่งกำไรหรือเงินตอบแทนให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ลงหุ้น ตลอดจนจ่ายโบนัสให้พนักงาน ทำนองเดียวกันกับบริษัททั้งหลาย

สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ในขั้นตอนต่อไป คือในกรณีเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือกิจการร่วมค้า ต้องยื่นงบการเงินต่อสำนักงานกลางบัญชี คือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่คือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าประจำจังหวัดต่างๆ ภายในกำหนด ห้า เดือนนับแต่วันปิดบัญชี สำหรับกรณีเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ต้องยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่งบการเงินนั้นได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

วันสิ้นปี 2556 คงจะเป็นวันปิดบัญชีของผู้ประกอบการจำนวนมาก ก็หวังว่าผู้ประกอบการทั้งหลายจะมีผลกำไร สามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นหรือแบ่งกำไรให้ผู้ลงหุ้น ตลอดจนจ่ายเงินโบนัสให้พนักงานได้อย่างถ้วนหน้าฉลองปีใหม่ 2557 กัน

และขอถือโอกาสอำลาปี 2556 และสวัสดีปีใหม่ 2557 ณ โอกาสนี้ด้วยครับ