ผีเสื้อกระพือปีก

ผีเสื้อกระพือปีก

การขยับปีกของผีเสื้อ จนกลายเป็นพายุทอร์นาโด อานุภาพรุนแรง เปรียบกับปรากฏการณ์ในประเทศไทยเวลานี้

ความไม่พอใจของคนในสังคมจากจุดเล็กๆ กลายเป็นกระแสเรียกร้อง "ปฏิรูปการเมือง"

ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ มันก่อให้เกิดพลังอันเข้มแข็งของประชาชนไทย ที่กล้าจะลุกขึ้นมาต่อกรกับอำนาจการเมือง และชี้ให้เห็นว่าถ้าการเมืองไม่เปลี่ยน "ประชาชน" จะเปลี่ยนแปลง "การเมือง" เอง

นักวิชาการบางท่านกล่าวเอาไว้ว่า ปัจจุบันสังคมไทย กำลังเป็นสังคม “สับสนอลหม่าน”

นักวิชาการบางท่านเปรียบว่าเป็น “ทฤษฎีความโกลาหล” เหมือนกับแม่น้ำสายใหญ่ เกิดจากสายน้ำหลายสายไหลมาบรรจบกัน

สภาพสับสนอลหม่าน สภาพไร้ระเบียบ คือ ไร้เสถียรภาพ ระบบเดิมมีความอ่อนไหวสูงยิ่ง หรือมีความเปราะบาง เมื่อมีการกระทบเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้

สภาพไร้ระเบียบ บางครั้งก้าวกระโดด เกิดตรงจุดนั้นบ้าง จุดนี้บ้าง ทำให้ยากที่จะทำนายผลลัพธ์ เพราะมีสิ่งอื่น ๆ ที่มาเป็นองค์ประกอบหลาย ๆ ประการ ที่ส่งผลต่อระบบใหญ่

ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาสังคม ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ กล่าวกับผมว่า ผีเสื้อกระพือปีก มาจากทฤษฎีคำนวณลมฟ้าอากาศของโลกให้แม่นยำ ให้รู้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้มนุษย์เตรียมรับมือได้ วางแผนการบินได้ วางแผนเดินเรือได้ แต่มนุษย์ไม่เคยทำได้เพราะดินฟ้าอากาศมัน "เปราะบาง" มาก ดังนั้น จึงเปรียบเหมือนเหตุการณ์เล็กๆ ของกระแสลมที่เปลี่ยนไป อุณหภูมิที่เปลี่ยนไปไม่กี่องศา ก็สามารถทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงได้

จึงอุปมาอุปไมย ว่า ผีเสื้อตัวหนึ่งกระพือปีกแรงๆ ที่ฮ่องกง เกิดกระแสลมเล็กๆ ขยายตัวออกไป จากคลื่นลมเล็กๆ นี้ จะก่อให้เกิดพายุที่แคลิฟอร์เนีย ในอีก 1 เดือนให้หลังได้

อาจารย์ชัยวัฒน์ เปรียบเทียบสถานการณ์ประเทศไทย ณ วันนี้ ว่า สังคมยังไม่ถึงขั้นไร้ระเบียบ แต่มันเปราะบางมาก

กระแสเรียกร้องปฏิรูปการเมืองไทย มีหลายเหตุผลที่ประชาชนตื่นตัว สังคมกลุ่มหนึ่งต้องการจะเปลี่ยนแปลง ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งอยากรักษาระบบ เพราะระบบรักษาคนกลุ่มนั้น

อาจารย์ชัยวัฒน์ มองว่า ระบบรักษาให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้บางคนเป็นรักษาการรัฐมนตรี ถ้าไม่มีระบบ คนเหล่านี้จะสิ้นอำนาจไป ถ้าระบบพังเกรงว่าตัวเองจะพังไปด้วย จึงพยายามดึงอำนาจเอาไว้กับตัว อันนี้เป็น "แรงต้าน" สำคัญ

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสการเปลี่ยนแปลงมาถึงขณะนี้ อาจารย์ชัยวัฒน์ บอกว่า หลีกเลี่ยงไม่ได้ อยู่ที่ว่าจะอยู่ระดับไหน รุนแรงหรือไม่

สถานการณ์ในประเทศไทย แม้จะไม่มีตัวแปรจากต่างประเทศ แต่ตัวแปรที่เป็น "คนไทย" นั้น มีนับล้านๆ คน ทั้งที่ออกมาชุมนุม และไม่ออกมา ซึ่งอาจารย์ชัยวัฒน์ บอกว่า มันเป็น “วิธีคิดกระบวนระบบ” และการเปลี่ยนแปลงของบางระบบ ซึ่งน่าจะนำมาใช้เปรียบเทียบกับสังคมไทย ที่กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่าน

ปรากฏการณ์ "ผีเสื้อกระพือปีก" กับการชุมนุมของม็อบนกหวีด กรรมการ กปปส. สุริยะใส กตะศิลา กล่าวว่า มีความคล้ายคลึงกัน โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ เหมือนกัน ที่เกิดความเบื่อหน่ายความไร้ความหวังกับการเมืองไทย เพราะไม่มีทางออก เมื่อคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าต้องข้ามการเมืองที่ล้มเหลว จึงโดนใจของคนหลายๆ คน สร้างสำนึกใหม่ทางการเมืองไทย

การลุกขึ้นมาต่อสู้ของประชาชน หรือ “ประชาภิวัฒน์” อาจจะยังไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยได้เห็นความกล้า ที่จะลุกออกมาคัดค้านการใช้อำนาจที่มิชอบของนักการเมือง พลังที่เข้มแข็งนี้ต่างหาก ที่เป็นจุดเปลี่ยนอำนาจต่อรองของสังคมไทยในเวลานี้

นี่จะเป็นเครื่องยืนยันว่า พลังประชาชนครั้งนี้ จะเปลี่ยนสังคมใหม่ ให้ไม่เหมือนเดิม...อีกต่อไป