วันที่ 11 เดือนธันวาคม 2556 เป็นหมุดหมายสำคัญในพื้นที่ชายแดนในจังหวัดเชียงรายกำลังมีการเปลี่ยนแปลงเป็นวันเปิดสะพานมิตรภาพไทย ลาว แห่งที่ 4
หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่าง ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ถ้าจะเชื่อมโยงให้เห็นโครงข่ายทั้งระบบ สะพานนี้คือส่วนหนึ่งของถนน R3A ที่เชื่องต่อ ระหว่าง มณฑลยูนนาน ของสาธารณรัฐประชาชนจีน กับพื้นที่ ของกลุ่มประชาคมอาเซียน เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ในภูมิภาคอาเซียน ในแผ่นดิน ดังนั้น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นของเมืองชายแดน เช่น จังหวัดเชียงราย ผลกระทบนี้แตกต่างจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ผ่านมาทั้งสามแห่ง
สืบเนื่องจากสะพานแห่งที่ 4 นี้เป็นการสร้างที่เชื่องโยงกับการเคลื่อนตัวของสินค้า ผู้คน และวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีนโยบายมุ่งลงทางใต้เพื่อหาทางออกทะเลโดยสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างสะพานและมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางการบริหารโครงการมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม เมืองเชียงของและเมืองเชียงแสนก็หลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้ ในพื้นที่ต้องมีการเตรียมการเพื่อการรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น และผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ที่จะทำให้รูปแบบชีวิตต้องเปลี่ยนแปลง
เชียงของและเชียงแสนเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องยาวนาน เมื่อเกิดการสร้างเส้นเขตแดนขึ้นในยุคล่าอาณานิคม เมืองเชียงของและเชียงแสนกลายเป็นเมืองชายขอบราชอาณาจักรสยาม และเมืองเชียงของก็ได้ถูกลดความสำคัญลง แต่เมืองสำหรับห้วยทราย ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศส ก็เป็นเมืองที่มีความสำคัญเจริญรุดหน้ากว่าเชียงของและเชียงแสนเป็นอย่างมากในช่วงเวลานั้นเชียงของต้องพึ่งพาเมืองห้วยทรายในการเชื่อมต่อกับสังคมภายนอก ผ่านเครือญาติที่อยู่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
แต่เมื่อเกิดสงครามเย็นในภูมิภาคนี้ ทำให้ประเทศลาว ได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้เมืองเชียงของและเชียงแสนกลายเป็นเมืองชายแดนที่มีการสู้รบระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องราว 30 ปี จนมาถึงยุคการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ราวปี พ.ศ. 2535 ทำให้เมืองเชียงของและเชียงแสนกลับมามีความสำคัญในฐานะเมืองการค้าชายแดนในการพัฒนาแม่น้ำโขง ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และนโยบายของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ให้ความสำคัญกับแม่น้ำโขงมากขึ้น เงินทุนจาก ADB ได้กำหนดแนวคิดการสร้างโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต่างๆ อย่างมากมาย และนโยบายของจีนทำให้เชียงของและเชียงแสนเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของเส้นทางการค้าของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่จะนำสินค้าและผู้คนของสาธารณรัฐประชาชนจีนมุ่งสู่ทะเลทางตอนใต้
การพัฒนานี้สำหรับเมืองเชียงของและเมืองเชียงแสน มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเป็นเป้าหมายความสำเร็จที่สำคัญจุดแรก ดังนั้น การสร้างสะพานจึงเป็นเรื่องที่มีการสร้างภาพของการพัฒนาที่ดีเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคเป็นอย่างมาก มีกลุ่มประชาชนที่สูญเสียผลประโยชน์ และปรับตัวไม่ทันในการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากปัจจัยสำคัญของสะพานนี้คือประเทศที่สาม คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เราสามารถพบเห็นได้ตามเมืองต่างที่มีคนจีนเข้ามาทำธุรกิจเช่น เมืองเชียงรุ้ง เมืองและเมืองเล็กๆ ระดับตำบลในพื้นที่วัฒนธรรมของกลุ่มลื้อในประเทศจีน ตลอดจนพื้นที่เช่าระยะยาวของกลุ่มทุนชาวจีนต่างๆ ที่กำลังก่อสร้างเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่บ้านต้นผึ้งตรงข้ามกับเมืองเชียงแสน
จากการศึกษาปัญหาของพื้นที่ทั้งสองเขตนั้นผลกระทบจะเป็นเรื่องทุนทางสังคมและการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนที่จะเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ทิศทางที่สร้างสิ่งที่เรียกว่า “การทำให้เป็นจีน เพื่อคนจีน” ดังนั้น การใช้ทุนทางสังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมเพื่อต้านความเป็นจีนนั้นอาจไม่เพียงพอ จึงต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า “สุนทรียภาพของเมือง” เพื่อให้เมืองเชียงของและเชียงแสนกลับพลิกฟื้นเป็นเมืองที่มีความงามที่มนุษย์อยู่อาศัย ท่องเที่ยว และเรียนรู้ได้เพื่อ “ต้านเมืองพันทาง” ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาข้างต้น ที่ชุมชนในพื้นที่ที่ต้องมีการปรับตัว แต่สะพานและถนนเส้นนี้ สร้างความเชื่องต่อระหว่าง ประชาคมอาเซียนเข้าด้วยกัน ทำให้เมืองชายแดนที่เคยมีเส้นเขตแดนเป็น เครื่องมือของรัฐที่แบ่งแยกผู้คนออกจากกัน แต่ที่สำคัญคือ เมืองหน้าด่านที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านเช่นเชียงของและเชียงแสน จะต้องปรับตัว รองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเส้นเขตแดนที่เป็นอำนาจรัฐ ให้เส้นเขตแดนกลายเป็นมิตร การสร้างทุนทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐ ที่จะต้องเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในพื้นที่อำเภอเชียงของและอำเภอเชียงแสนได้ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องซึ่งการดำเนินงานเพื่อร่วมกันสร้างทางเลือกเพื่อการพัฒนาเมืองชายแดนนั้น มีแนวทางอย่างไรบ้าง จะขออธิบายในบทความตอนที่ 2






