มาถึงวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "ปัญหาการเมือง" เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในแง่ที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่น ส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุน ซึ่งก็เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ภาคธุรกิจใดๆ ต้องหยุดชะงักไป เพราะว่าความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการเมืองไทยในวันนี้ ยังคงเป็นเรื่องของความเห็นต่อต้านสิ่งไม่ชอบมาพากลในระบบการปกครอง และความแคลงใจในนโยบายรัฐบาลที่ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนส่วนใหญ่ มากไปกว่าแนวทางหาเสียงแบบประชานิยมเฉพาะหน้า ลุยนโยบายแจกวันนี้ โดยไม่สนใจว่าในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
กับอีกหนึ่งเรื่อง คือ ข้อแคลงใจกับร่างกฎหมาย ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางพวก บางกลุ่มให้หลุดพ้นความผิดเดิมๆ ที่เคยทำไว้ แบบซ่อนปมทบเงื่อน ทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่โดยเนื้อแท้แล้วแก้เข้าทางพวกพ้องตนเป็นหลัก สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือคนส่วนใหญ่มองเห็นความไม่โปร่งใส จึงรวมพลังออกมาคัดค้าน จนทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจ "ยุบสภา" แต่ก็ยังไม่ใช่สุดท้ายปลายทางของปัญหาการเมือง ในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนพูดตรงกัน "มองไม่เห็นทางออก" ก็คงต้องหารือร่วมกันต่อไปว่าจะเอาอย่างไร
ท่ามกลางความวุ่นวายและปัญหาดังกล่าว มีหลายคนออกมาโวยวายว่า การเมืองวุ่นส่งผลกระทบต่อธุรกิจไปตามๆ กัน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว หลายฝ่ายออกมาพูดทำนองว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันหวาดกลัวไม่กล้ามาเที่ยวไทย เพราะเรามีปัญหาการเมือง ในขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลายราย เท่าที่มีโอกาสได้พูดคุยกันถึงสถานการณ์นี้ พบว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเป็นปัญหามากขนาดนั้น จริงอยู่ภาพการประท้วงของมวลชนเป็นล้านๆ คน ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นปัญหาใหญ่ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ความหวาดวิตกของนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มากนัก เพราะว่าการประท้วงประเทศไหนก็มีคล้ายคลึงกันทั่วโลก สิ่งที่เขากลัวคือความรุนแรงและการใช้อาวุธมากกว่า ฉะนั้น หากแค่ประท้วงด้วยมวลชน ถือป้ายคัดค้าน โดยไม่มีการใช้อาวุธใดๆ ย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ตอกย้ำด้วยคำยืนยันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลายราย ที่ระบุว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ สมุย ภูเก็ต กระบี่ พัทยา เชียงใหม่ ล้วนไม่ได้รับผลกระทบ ยอดจองท่องเที่ยวยังเป็นปกติ อัตราเข้าพักยังอยู่ที่ระดับ 70-80% เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวหลัก ยกเว้นเฉพาะโรงแรมที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีการประท้วงได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็อยู่ในภาวะที่ยังพอรับได้ ยอดจองล่วงหน้าหายไป แต่ก็ยังมียอดท่องเที่ยวปลีกย่อย ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเองเข้ามาทดแทน
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในหัวเมืองท่องเที่ยวต่างจังหวัด พูดตรงกันว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาการเมืองในปัจจุบัน ยอดนักท่องเที่ยวยังคงเป็นปกติ ไม่ได้ลดน้อยหรือหดหายไป แต่ก็ยอมรับว่ายอดจองอาจชะลอตัวเล็กน้อย แต่ธุรกิจยังเดินหน้าได้ ขอเพียงอย่างเดียวอย่ามีความรุนแรงหรือการใช้อาวุธกัน เท่านั้นเป็นพอ
"เอกชนยอมรับได้ หากความวุ่นวายทางการเมืองวันนี้ จะนำไปสู่การแก้ปัญหาในระยะยาว" ประโยคทำนองนี้มักจะได้ยินเสมอ ในช่วงที่ปัญหาการเมืองร้อนแรง มันสะท้อนว่าภาคเอกชนไทยยังคงเข้มแข็ง และเดินหน้ามาได้ตลอด เพราะจะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็อยู่ในภาวะง่อนแง่นมานับ 10 ปี ภาคธุรกิจยังเดินหน้ามาได้
ชั่วโมงนี้ จึงภาวนาอย่างเดียว ไม่ให้ใช้ความรุนแรงใดๆ ในการแก้ปัญหาเท่านั้นเป็นพอ ส่วนทางออกของการเมือง คงต้องเปิดเวทีผู้เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังต่อไป ไม่ต้องดึงผลกระทบธุรกิจมาอ้าง เพราะคนละเรื่องเดียวกัน






