ในฐานะรัฐบาล ควรทำอะไรมากกว่าคำแถลงของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่บอกเมื่อวานนี้ว่า
แปลความหมายข้อเรียกร้องของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ไม่ออก ทั้งเรื่องการ "คืนอำนาจ" และการตั้ง "สภาประชาชน"
เมื่อแปลไม่ออก ไม่เข้าใจ ก็เลยไม่ต้องทำอะไร...อย่างนั้นหรือ?
ไม่มีใครปฏิเสธว่ารัฐบาลและคุณยิ่งลักษณ์ มีความชอบธรรมในฐานะได้รับเลือกตั้งจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ (เฉพาะที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในประเทศ) แต่ความชอบธรรมนั้นก็หมดลงได้ด้วยกระบวนการอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะกาลดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี หรือแพ้โหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และกฎหมายงบประมาณ
การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ "ฉบับสุดซอย" นิรโทษทุกความผิด ไม่เว้นแม้แต่ทุจริตคอร์รัปชัน หนำซ้ำคดีก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังอาจได้อานิสงส์ด้วย เพราะย้อนหลังไปถึงปี 2547 เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากในประเทศรับไม่ได้ และถือว่าความชอบธรรมของรัฐบาล ในการบริหารประเทศต่อไปได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การแถลงข่าวไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ (ขณะที่ตอนชนะไม่พูดอะไร เช่น การตราพระราชกำหนดกู้เงิน 3.5 แสนล้านเพื่อโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะตอนนี้ยังรับฟังความคิดเห็นกันอยู่) ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งคนจำนวนมากในประเทศรู้สึกไม่พอใจ และถือว่าความชอบธรรมของรัฐบาลในการบริหารประเทศต่อไป ลดน้อยลงไปอีก
ความชอบธรรมในการเข้ามาเป็นรัฐบาลจากที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อนยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไปต่างหากที่มันลดลง และอาจเหลือศูนย์หรือติดลบแล้วด้วยซ้ำในความรู้สึกของคนไทยจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่น้อยเหมือนกัน
และคนไทยจำนวนหนึ่งนั้น บางส่วนได้มาแสดงออกทางการเมืองด้วยการชุมนุมขับไล่รัฐบาล โดยวันที่มาแสดงตัวมากที่สุดคือวันที่ 24 พ.ย. ด้วยจำนวนที่ว่ากันว่าน่าจะระดับล้านคน
หากวัดกันที่การหย่อนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพิธีกรรมใกล้ๆ บ้าน บางพื้นที่ไปหย่อนบัตรก็ได้เงินด้วย จำนวนคน 10 กว่าล้านคนที่ไปกาบัตรลงคะแนนให้ ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่การไปนั่งชุมนุมตากแดด ตากฝน เสี่ยงตาย เสี่ยงถูกจับกุมดำเนินคดี เสี่ยงแก๊สน้ำตา และบางกรณีก็เสี่ยงกระสุนยาง หรือกระสุนจริง (ไม่รู้จากฝ่ายใด) โดยจำนวนคนหลักล้าน หลักแสน หรือหลักหลายๆ หมื่นต่อวัน มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลสมควรใส่ใจและต้องรับผิดชอบ
ถ้าไม่ลาออกหรือยุบสภาไปเสีย ก็ต้องแก้ไข ผ่อนคลาย บรรเทา...ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่แถลงข่าวทำนองว่า "หนูไม่รู้-แปลไม่ออก" อย่างแน่นอน
ตลอดเดือนมานี้เราได้เห็นตำรวจนำแท่งปูน "แบริเออร์" ขนาดใหญ่ไปปิดล้อมสถานที่ราชการเพื่อป้องกันการบุกรุกของมวลชน บางจุดอย่างรอบๆ ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา มีขนาดความสูงในระดับท่วมหัว อารมณ์พอๆ กับ "บิ๊กแบ็ค"
ขณะที่ 2 วันมานี้เราได้เห็นผู้ชุมนุมตัวเล็กๆ วิ่งฝ่าแก๊สน้ำตาเข้าไปพยายามรื้อแบริเออร์ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนใจข้อเรียกร้องทางการเมืองของพวกเขา
ทำไมรัฐบาลถึงไม่คิดรื้อแบริเออร์ในหัวใจของผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นประชาชนคนไทยที่ตนเองต้องรับผิดชอบเช่นกัน เพื่อคืนความสงบและสันติสุขให้กับบ้านเมือง อันเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของการเป็นรัฐบาล!






