วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุญญากาศการเมือง 'ผลกระทบลูกโซ่'

สถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้เสมือนช่วง "สุญญากาศ" ของทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล เอกชน ประชาชน ทางออกประเทศไทย?

ไม่มีใครคาดเดาได้ "เมกะโปรเจค" ทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน และโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่หวังจะเป็นกลไกกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มสูงที่จะ "สะดุด" สั่นคลอนความเชื่อมั่นในการลงทุนของทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ แม้ที่ผ่านมาจะมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง มีโอกาสทางธุรกิจ ทางการตลาดสูง แต่บรรยากาศความวุ่นวายทางการเมืองเป็นระยะๆ ครั้งนี้ยังลุ้นกันว่าจะลากยาว ยืดเยื้อแค่ไหนอย่างไร

ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 2.25% นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี จากรอบแรกเหตุเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว และมีความเสี่ยงเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายจากธนาคารสหรัฐ (เฟด) ปรับลดวงเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ขณะเดียวกันปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเหลือโต 3% จากเดิมประมาณการเติบโต 3.7% เป็นผลจากภาวะการเมืองและความเชื่อมั่น กระทบภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ผ่านมาต่ำกว่าคาดการณ์ค่อนข้างมาก ขณะที่ตัวเลขการเติบโต 3% ดังกล่าวยังไม่รวมสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่อยู่ในสภาพดาวกระจายบานปลายไปทั่วเมือง

จะเห็นว่าภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 3 ชะลอตัวลงต่อเนื่องเพราะรอดูทิศทางเศรษฐกิจและการบริโภคที่หดตัวลงจะฟื้นกลับมามากน้อยอย่างไร "สมาคมผู้ค้าปลีก" สะท้อนตัวเลขการบริโภคของสินค้าและบริการผ่านสมาชิกห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกต่างๆ พบว่า ยอดขายอยู่ในทิศทางที่ปรับลดติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะยอดขายหมวดสินค้าไม่คงทน ซึ่งหมายถึงยอดขายสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เติบโตลดลงจากไตรมาสที่ 2 จาก 9% เหลือเพียง 3.5% หายไปมากกว่าครึ่ง สะท้อนถึงกำลังซื้อในระดับผู้บริโภคที่มีรายได้ต่ำ อีกทั้งกลุ่มเกษตรกร ที่ลดการจับจ่าย และระวังรายจ่ายให้ลดลงอย่างชัดเจน ยอดขายในหมวดสินค้าไม่คงทนเป็นยอดขายที่ใหญ่มากในอุตสาหกรรม ประมาณการยอดขายในหมวดนี้คิดเป็น 55-60% ของยอดขายค้าส่งค้าปลีกทั้งประเทศ

การบริโภคที่หดตัวอย่างรุนแรง อาจเป็นไปได้ทั้งจากรายได้ที่ลดลงจากราคาพืชผลที่ตกต่ำ รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าต่างๆ ที่ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น ความไม่เชื่อมั่นต่อความมั่นคงในอนาคตจากบรรยากาศวุ่นวายทางการเมืองฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ นั่นหมายถึงโอกาสของ "รายได้" ที่จะเพิ่มขึ้นมีน้อยมาก ผู้บริโภคในกลุ่มนี้เป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของประเทศ กว่า 60% ของประชากรทั้งหมด

ส่วนยอดขายหมวดสินค้ากึ่งคงทน เช่น เสื้อผ้า ชะลอลงส่วนหนึ่งจาก 7.5% ในไตรมาสที่ 2 เหลือ 5% ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง ยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่ระมัดระวังการจับจ่าย อีกทั้งบรรยากาศการเมืองที่มีแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศในการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง

ดัชนีสมาคมผู้ค้าปลีกจากที่คาดการณ์เมื่อต้นปี 2556 ว่าเติบโต 12% ปรับตัวลงมาที่ 9% ในไตรมาสที่ 2 หลังจากนั้นชะลอตัวอย่างแผ่วๆ ลงมาอยู่ที่ 7.5% ในไตรมาสที่ 3 เป็นไปในแนวทางเดียวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ปรับลดระดับการเติบโตลงเรื่อยๆ