Early Retire?

ยุคนี้คำว่า เกษียณเร็ว กลายมาเป็นเป้าหมายชีวิตยอดนิยมของใครหลายๆ คน
แต่จากการรวบรวมสถิติพนักงานของบริษัทเชลล์ที่เกษียณอายุพบว่า ยิ่งพนักงานเกษียณอายุไวเท่าไร ก็ยิ่งมีอายุเฉลี่ยที่เหลืออยู่หลังจากเกษียณแล้วสั่นลงมากเท่านั้น โดยพบว่า พนักงานที่เกษียณอายุในวัย 55 จะเสียชีวิตหลังจากเกษียณแล้วในวัยที่น้อยกว่าพนักงานที่เกษียณที่อายุ 65
ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานที่เกษียณในวัย 55 มีโอกาสที่จะเสียชีวิตภายในสิบปีหลังจากนั้นมากกว่าคนที่เกษียณในวัย 65 ถึง 89% โดยสถิติดังกล่าวได้ตัดผลของเพศ ฐานะการเงิน ปีเกิด ออกไปแล้ว แต่พบว่าปัญหาสุขภาพของคนที่เกษียณเร็วน่าจะมีส่วนที่ทำให้คนที่เกษียณเร็วมีอายุยืนน้อยกว่า
คนที่ตั้งเป้าหมายที่จะเกษียณเร็วส่วนหนึ่งวางแผนไว้ว่า เมื่อเกษียณเร็วได้แล้ว เขาจะใช้เวลาว่างไปกับการท่องเที่ยว เช่น การแบกเป้ไปเที่ยวรอบโลก แต่จากการสำรวจพฤติกรรมของคนที่เกษียณเร็วพบว่า พวกเขาจะเดินทางท่องเที่ยวอย่างจริงจังในช่วงสองสามปีแรกที่เกษียณเท่านั้น แต่หลังจากนั้น พวกเขาจะเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นการนั่งดูโทรทัศน์ หรือทำกิจกรรมแบบคนในสังคมเมืองทั่วๆ ไปแทน และนั่นส่งผลต่อสุขภาพของพวกเขาอย่างยิ่ง เพราะพวกเขามีเวลาว่างมากกว่าคนปกติ
อาจเป็นไปได้ว่า การมีเวลาว่างมากเกินไป ทำให้มีโอกาสทำกิจกรรมที่ทำลายสุขภาพมากขึ้น และส่งผลให้คนที่เกษียณเร็วมีอายุยืนน้อยกว่า
และอาจเป็นไปได้ว่า ความเครียดที่เกิดขึ้นจากการเป็นคนไม่มีงานทำนั้น ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย และความเครียดอันนี้ส่งผลต่อสุขภาพของคนที่อยู่ในวัยเกษียณ ยิ่งต้องอยู่ในวัยเกษียณยาวนานเท่าไร ก็ยิ่งได้รับผลกระทบอันนี้มากขึ้นเท่านั้น
ผมคิดว่า บางคนอาจกำลังตั้งเป้าหมายชีวิตไม่ถูกต้อง หรือว่าอาจจะกำลังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตนเองต้องการอะไรกันแน่ บางคนรู้สึกเบื่องานประจำมาก ทำให้เกิดการตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะต้องเกษียณก่อนคนอื่นๆ ให้ได้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เราอาจไม่ได้ไม่ชอบการทำงาน แต่ที่จริงแล้ว สิ่งที่เราไม่ชอบก็คือ การต้องทำงานที่เราไม่ชอบมากกว่า ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ที่จริงแล้วคนที่อยากเกษียณเร็วๆ อาจเป็นคนที่เกลียดการอยู่เฉยๆ มากด้วยซ้ำ แต่พวกเขาอาจจะยังไม่รู้จักหรือเข้าใจตัวเองมากพอ
ที่จริงแล้ว คนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ต้องการเกษียณเร็ว แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือ การได้ทำงานที่เราชอบ งานที่ทำให้เรารู้สึกสนุกและท้าทายความสามารถ งานที่เรามีอิสระที่จะได้ตัดสินใจด้วยตนเองแทนที่จะต้องคอยทำตามคำสั่ง งานที่ทำให้เรารู้สึกมีความเป็นเจ้าของ งานที่เราสามารถหยุดพักเป็นช่วงๆ ตามใจของเราได้ งานที่ไม่เครียดมากเกินไป ฯลฯ ซึ่งที่จริงแล้ว การจะได้ทำงานอย่างนั้นอาจไม่จำเป็นต้องเกษียณเร็ว เพื่อที่จะได้ทำธุรกิจส่วนตัว เสมอไปก็ได้ แต่มีคนที่ทำงานประจำตลอดชีวิตหลายคนที่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ โดยไม่ต้องออกมาทำเอง
ตรงกันข้าม บางคนเชื่อว่าการทำธุรกิจส่วนตัว หรืองานอิสระ เท่านั้นที่จะตอบโจทย์นี้ได้ แต่พอลาออกจากงานประจำมาทำจริงๆ ก็พบว่า การเป็นเถ้าแก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกิดใหม่นั้น เป็นงานที่เครียดและกดดันมากกว่าการเป็นลูกจ้างหลายเท่า หรือแทนที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ กลับต้องมายุ่งเรื่องแต่เรื่องธุรกิจ การหาลูกค้า การบริหารเงินสด ทั้งวันทั้งคืน บางคนคิดว่าเป็นฟรีแลนซ์คือได้ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ต้องคอยอยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร แต่พอมาทำจริงๆ ก็พบว่า เรายิ่งต้องง้อคนมากกว่าเดิม เพราะคนที่เราต้องง้อก็คือลูกค้า ซึ่งคาดหวังกับเราสูงมาก และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเราเลย เพราะว่าไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง ที่มีกฎหมายแรงงานคุ้มครองอยู่ ลูกค้าคือลูกค้า และลูกค้าถูกเสมอ
เวลาเราเห็นคนที่อยู่ในวัยเกษียณ เราอาจจะคิดว่า พวกเขาคงเป็นคนที่มีความสุขที่สุด มีอิสระ มีเวลาว่างเยอะ ไม่ต้องทำงานอะไรเลย แต่ถ้าคุณลองถามคนที่เกษียณอยู่ คุณจะรู้ว่า พวกเขาอาจไม่ได้รู้สึกแบบนั้น การที่ต้องคอยหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าไม่รู้จะทำอะไรดีนั้น ก็เป็นความทุกข์อีกรูปแบบหนึ่งของมนุษย์ บางทีคนที่มีความสุขมากที่สุด คือคนที่ได้ทำงานที่ชอบ ที่เขาสามารถสนุกกับมันได้ คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเลยก็ได้ เพราะการทำงานสำหรับเขาก็เป็นความบันเทิงอยู่แล้วในตัวเองอยู่แล้ว ทุกวันคือความสนุกและท้าทาย พวกเขาไม่อยากเกษียณเลย เพราะน่าเบื่อมากกว่า และงานแบบนี้ก็อาจหาไม่ได้ในงานอิสระเสมอไป
ลองสำรวจดูให้ดีครับว่า จริงๆ แล้วตัวคุณต้องการอะไรกันแน่ ใช่การเกษียณเร็วๆ หรือมีเงินมากๆ จริงหรือเปล่า?







